Home » จุดประกาย » คิดแบบคนรวย : 9 บริษัทที่ก่อตั้งโดยนักธุรกิจอายุน้อย เด็กมหัศจรรย์

คิดแบบคนรวย : 9 บริษัทที่ก่อตั้งโดยนักธุรกิจอายุน้อย เด็กมหัศจรรย์


คิดแบบคนรวย : 9 บริษัทที่ก่อตั้งโดยนักธุรกิจอายุน้อย เด็กมหัศจรรย์

นักธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จนั้นหลายคนก็เริ่มต้นมาจากความคิดริเริ่มในวัยเด็ก อาจจะเป็นความฝันหรือความบังเอิญหรือแรงผลัดดันจากสิ่งรอบตัว แต่ทั้งหมดนั้นก็สามารถสร้างนักธุรกิจอายุน้อยให้ก้าวสู่นักธุรกิจอย่างเต็มตัวได้จริง ดังเช่น หลายบริษัทที่นำมาฝากกันในครั้งนี้ ก็ล้วนแล้วแต่ก่อตั้งมาจากความคิดของเด็กทั้งสิ้น หลายคนเริ่มต้นจากการลองผิดลองถูกตั้งแต่เด็ก และอีกหลายคนบ่อมเพาะความฝันไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด นี่คือตัวอย่างของนักธุรกิจที่คิดอยากจะรวยด้วยวัยเพียงมัธยมต้นๆเท่านั้น

1.Mr. Cory’s Cookies – Cory Nieves

คอรี่ เนียวี่ส์ (Cory Nieves) วัย 12 ขวบ ตอนนี้เป็นเจ้าของธุรกิจที่มีชื่อ “มิสเตอร์ คอรี่ คุกกี้” จากข้อมูลในเว็บไซต์ของเขาระบุว่า เมื่อตอนเขา 6 ขวบนั้น เขาบอกกับแม่ของเขาว่า เขาเบื่อที่จะต้องนั่งรถโรงเรียนไปโรงเรียนทุกวัน เขาอยากจะซื้อรถเป็นของตัวเองสักคัน และเมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงเริ่มต้นธุรกิจในบ้านเกิดของเขา ที่เมืองแองเกิล รัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยการขายโกโก้ร้อนและคุกกี้ เพื่อเป็นการหารายได้เพิ่มและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเรียน กระทั่งคุกกี้ของเป็นที่สนใจและเริ่มขายดีขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อนขายคุกกี้ ซึ่งจะมีรสชาติให้เลือกหลายรส ความโดดเด่นของคุกกี้ของคอรี่นอกจากความอร่อยแล้ว คือไม่ใส่สารกันบูดและทำสดใหม่ จึงทำให้มีลูกค้าจำนวนมากเข้ามาสั่งซื้อ จนในที่สุดเขาก็ได้ร่วมงานกับแบรนด์ดัง อย่าง Barney’s, J. Crew และ Pottery Barn

2.Cook With Amber – Amber Kelley

แอมเบอร์ เคลลี่ (Amber Kelley) ปัจจุบันเธออายุ 15 ปี ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 แอมเบอร์ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันทำอาหารเด็กรายการ Food Network Star Kids ที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ก่อนที่เธอจะโด่งดังและมีชื่อเสียงนั้น แอมเบอร์เริ่มต้นจากการทำคลิปการทำอาหารในยูทูป (YouTube) เป็นรายการ cook with amber จากที่ไม่มีใครรู้จักเธอเลย ก็ค่อยๆมีคนติดตามเธอในยูทูปมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีคนติดตามเธอมากกว่า 37,700 ราย สร้างรายได้จากยูทูปเป็นเงินจำนวนมากต่อเดือนให้แก่เธอและครอบครัว

3.Leanna’s Essentials – Leanna Archer

ลีแอนนา อาร์เชอร์ (Leanna Archer) เมื่อ 8 ขวบ ลีแอนนาเริ่มต้นจากการนำสูตรบำรุงเส้นผมของคุณยายไปแจกจ่ายให้แก่เพื่อนๆ ใช้สระผม โดยใส่ขวดขนาดเล็กๆ เด็กๆก็นำไปสระผมให้ตุ๊กตาบ้าง สระผมตัวเองบ้างตามประสาเด็ก นานวันเข้าเริ่มมีคนสนใจแชมพูของลีแอนนามากขึ้น เนื่องจากสูตรจากคุณยายของเธอนั้นเป็นสูตรที่ส่วนประกอบทั้งหมดใช้สมุนไพรจากธรรมชาติ และปราศจากสารซัลเฟต ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเส้นผม แทบไม่น่าเชื่อว่าจากที่แจกจ่ายให้เพื่อนๆฟรีนั้นจะกลายมาเป็นสินค้าที่ต้องการและโด่งดังไปทั่วโลก สินค้าของเธอนอกจากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแล้ว ยังมี โลชั่นบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า และอื่นๆอีกมากมายซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าที่ผลิตมาจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ

ปัจจุบันลีแอนนนา เป็น CEO ของ Leanna Essentials และเรื่องราวของเธอยังได้ถูกกล่าวถึงในนิตยสารชื่อดังอย่าง Forbes และนิตยสาร Success ว่ามีความคิดเป็นนักธุรกิจตั้งแต่เยาว์วัยและยังประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าชื่นชมไปกว่านั้นคือลีแอนนาก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสร้างโรงเรียนและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กที่ด้อยโอกาสในเฮติอีกด้วย

4.Nay Games – Robert Nay

โรเบิร์ต เนย์ (Robert Nay) ในปี 2010 มีแอพพลิเคชันเกมมือถือตัวใหม่ที่เรียกว่า “Bubble Ball” เปิดตัวใน Apple App Store เพียงสองสัปดาห์แรกที่เปิดตัวไปเท่านั้นก็ได้รับการดาวน์โหลดมากกว่า 1 ล้านครั้ง ซึ่งมียอดดาวน์โหลดสูงกว่า เกมที่เรารู้จักกันดีอย่าง “Angry Birds” และนับเป็นเกมฟรีที่มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดจาก Apple ในครั้งนั้น

โรเบิร์ต เนย์ ในวัย 14 ปี ซึ่งไม่ได้มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมเลยแม้แต่น้อย อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของ CNN กล่าวว่า เนย์เรียนรู้ทักษะและเทคนิคต่างๆในการเขียนโปรแกรมโดยค้นคว้าและหาข้อมูลจากห้องสมุด เขาใช้เวลาในการสร้างโค้ดในเกมปริศนาถึง 4,000 โค้ดภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น และทันทีที่ปล่อยออกไปให้ดาวน์โหลดฟรีก็มียอดดาวน์โหลดจำนวนมหาศาล นอกจากเกมปริศนา”Bubble Ball” แล้ว เนย์ยังคิดค้นเกมอื่นๆอีกด้วย เช่น Bubble Ball Pro และ Bubble Ball: Curiosity Edition ซึ่งเป็นเกมช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้คำศัพท์และการสะกดคำ

นับเป็นนักคิดตัวน้อยที่ใช้จินตนาการบวกกับความสร้างสรรค์และความพยายามจนสามารถสร้างเกมที่โด่งดัง อีกทั้งยังสามารถต่อยอดสร้างธุรกิจทำเงินได้จากการขายเกมในแอพลิเคชั่นบนมือถือ

5.Mo’s Bows – Moziah “Mo” Bridges

เริ่มต้นจากการทำโบว์ติดคอเสื้อ หรือที่เราเรียกกันว่าหูกระต่าย วางขายในเว็บขายของออนไลน์อย่าง Etsy ซึ่งเป็นเว็บอีคอมเมิร์ซที่จะเป็นกลุ่มขายสินค้าบูติกหรือสินค้าแฮนด์เมดต่างๆ โดยเรียนรู้วิธีเย็บหูกระต่ายมาจากคุณย่าของเขา ผ่านการฝึกฝนจนชำนานและตัดเย็บออกมาได้สวยงาม และมีความแตกต่างเพราะหูกระต่ายของเขานั้นจะมีสีสันสดใส การเลือกเฉดสีนั้นเป็นที่สะดุดตาและสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมซกันได้อย่างกลมกลืน ที่สำคัญมีความทันสมัย เพราะเขาเองก็มีใจรักในด้านแฟชั่นอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ขณะนั้นในวัย 9 ขวบ โด่งดังไปทั่วโลกจากความสำเร็จในการผลิตหูกระต่ายออกวางขาย จนสามารถสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองที่มีชื่อว่า Moziah “Mo” Bridges และเป็นที่ยอมรับของคนที่ชื่นชอบงานแฟชั่นและงานฝีมือ เขาได้รับเกียรติให้ร่วมในพิธีเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโอบามาในขณะนั้น และในวันนั้นเองเขาได้มอบของขวัญเป็นหูกระต่ายที่จัดทำขึ้นพิเศษให้กับประธานาธิบดีโอบามา เป็นหูกระต่ายสีฟ้า โดยใช้ชื่อว่า “Obama blue” Mo’s Bow.

ปัจจุบันเขาอายุ 14 ปี เป็น CEO ของบริษัท Mo’s Bows handmade bow ties ซึ่งนับเป็นธุรกิจหลักของครอบครัว นอกจากนี้เขายังเป็นที่ปรึกษาให้แก่บริษัท Shark Tank ของ Daymond John อีกด้วย

6.Empower Orphans – Neha Gupta

ตั้งแต่เด็กๆเนฮาร์ กุบต้า มีความคิดที่จะช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ เนื่องจากครอบครัวของเธอนั้นมักจะฉลองวันเกิดด้วยการเดินทางไปยังประเทศอินเดียนำอาหารและของขวัญไปมอบให้แก่เด็กกำพร้าในอินเดียซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ  ในปี 2005 ตอนนั้นอายุได้ 9 ขวบ เธอตัดสินใจว่าอยากจะทำอะไรเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตเด็กกำพร้าเหล่านี้ เธอจึงเริ่มขายของที่ระลึกเป็นมู่ลี่ซึ่งเธอทำขึ้นเองด้วยมือทั้งหมดและจัดเป็นกิจกรรมของชุมชนที่มาช่วยกันทำ เพื่อขายหารายได้สมทบทุนและบริจาคให้แก่โรงเรียนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทางศึกษาและค่าใช้จ่ายอื่นๆสำหรับเด็กกำพร้า ด้วยพยายามของเธอในการหาเงินบริจาคให้แก่เด็กกำพร้าเป็นเวลานานอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดเธอจึงได้จัดตั้งองค์กรที่มีชื่อว่า Empower Orphans ขึ้นซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ภายใต้โครงการของ Empower Orphans ดำเนินงานกว่า 27 โครงการ และระดมทุนกว่า 1.6 ล้านเหรียญ ในการช่วยเหลือเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส เธอยังได้รับรางวัล “สันติภาพเพื่อเด็กทั่วโลก” เมื่อไม่นานมานี้เอง

7.Kool Kidz Sno Konez – Jaden Wheeler & Amaya Selmon

จาเดน วีลเลอร์ และ อมายา เซลเมอนด์ เริ่มต้นทำน้ำแข็งเกล็ดหิมะด้วยเครื่องปั่นและต่อสายไฟบ้านออกมาขายหน้าบ้านในรัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี2011 ตั้งแต่นั้นมาเรื่องราวของสองพี่น้องที่ตระเวนขายน้ำแข็งใสเกล็ดหิมะก็เตะตาเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Huffington Post นำเสนอเรื่องราวของเค้าทั้งสองอย่างน่าประทับใจ จนทำให้น้ำแข็งใสเกล็ดหิมะใส่กรวยของทั้งสองเป็นที่สนใจและขายดี กระทั้งประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง จนในที่สุดแม่ของทั้งสองจึงตัดสินใจซื้อรถบรรทุกขนาดเล็กให้พวกเขาได้เริ่มต้นธุรกิจอย่างจริงจัง และออกขายน้ำแข็งใสเกล็ดหิมะจนมีชื่อเสียงรู้จักกันไปทั่ว ด้วยเอกลักษณ์ของการนำเอากรวยมาใส่เหมือนไอศครีม และรถขายที่มีเด็กตัวน้อยๆสองคนคอยเรียกลูกค้าเข้าร้านอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ธุรกิจ Kool Kidz Sno Konez ของพวกเขาประสบความสำเร็จ จนได้รับรางวัล Best-on-the-Black ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรางวัล Best in Black Awards ในประเทศสหรัฐอเมริกา

8. Summly – Nick D’Aloisio

บริษัท D’Aloisio ซึ่งในขณะนี้มีเจ้าของบริษัทที่อายุน้อยเพียง 20 ต้นๆเท่านั้น แต่สามารถก่อตั้งบริษัทจนมีนักลงทุนข้ามชาติมาซื้อกิจการและทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีไปโดยปริยาย เมื่อตอนที่เขาอายุ 15 ปีนั้น เขาได้รับการสนับสนุนจาก Horizon Ventures และนักลงทุนเก่งๆคนอื่นๆ เพื่อพัฒนา Summly เป็นแอพลิเคชั่นสรุปอัลกอริทึม สำหรับสร้างข้อสรุปของบทความข่าวที่เหมาะสำหรับ iPhone จนประสบความสำเร็จและต่อมาในปี2013 บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Yahoo ได้ซื้อหุ้นบริษัท D’Aloisio เป็นจำนวนเงินมูลค่า 30 ล้านเหรียญ

9.Elementeo (Alchemist Empire Inc. ) – Anshul Samar

เมื่อครั้งที่ซามาร์ยังเรียนเกรดสี่เค้าเป็นคนที่ชอบเล่นเกมไพ่มาก สองปีต่อมาเขามุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเอง และนำเอาเกมมาประยุกต์เข้ากับการเรียนวิชาเคมี โดยทำเป็นเกมกระดานสำหรับการหาองค์ประกอบของอิเล็กตรอนในตารางธาตุ นอกจากจะได้ความรู้ในเรื่ององค์ประกอบของธาตุแล้วยังทำให้วิชาเคมีนั้นสนุกขึ้น นักเรียนไม่รู้สึกเบื่อและมีเทคนิคในการจดจำองค์ประกอบของธาตุได้อย่างง่ายขึ้น จนเกมกระดานเคมีของเขาได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ส่งผลให้กลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในเวลาไม่นาน นอกจากนี้เขายังเริ่มสร้างทุนสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่อื่นๆด้วย ปัจจุบันเขากำลังศึกษาในระดับปริญญาโทด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด (Stanford University)

และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เป็นตัวอย่างจากแรงบันดาลใจในวัยเด็กที่สามารถคิดสร้างสรรค์และต่อยอดเป็นธุรกิจได้ ไม่ว่าตอนนี้คุณจะอายุเท่าไหร่? แต่ความฝันไม่มีวันหมดอายุ….