Home » กลยุทธ์ธุรกิจ » เทคนิคการขายข้าวเหนียวหมูทอด 

เทคนิคการขายข้าวเหนียวหมูทอด 


เทคนิคการขายข้าวเหนียวหมูทอด 

เทคนิคการขายข้าวเหนียวหมูทอด

ข้าวเหนียว หมูทอดนับเป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้เกือบทุกมื้อ ทั้งยังสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารก็สามารถกินได้สะดวก และยังสามารถพกพาไปได้ในทุกๆที่ อาชีพขายข้าวเหนียวหมูทอด จึงนับเป็นอาชีพที่มีโอกาสในการสร้างรายได้ที่ดีและน่าสนใจไม่น้อยอาชีพหนึ่ง แต่การจะเริ่มทำธุรกิจหรือค้าขายอาหารหรือสินค้าใด ผู้ที่สนใจควรมีการประเมินเสียก่อนว่าต้องใช้ต้นทุนเท่าไร ซึ่งอาจแบ่งต้นทุนออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

1.เครื่องมือและอุปกรณ์ แม้ว่าอาชีพการขายข้าวเหนียวหมูทอดอาจจะไม่มีต้นทุนสูงเหมือนการค้าขายอื่นๆแต่ผู้ที่สนใจจะเริ่มทำธุรกิจนี้ก็จำเป็นต้องคำนึงถึงงบประมาณในส่วนนี้ด้วยว่าจะต้องเตรียมวงเงินเป็นจำนวนเท่าใด ซึ่งอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพนี้มีดังนี้

1.1 กระทะทอด ราคาโดยประมาณอยู่ที่1,800 – 3,500 บาท ต่อกระทะทอดขนาด26 – 33 นิ้ว กระทะที่ดีไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้ต้องใช้แรงในการคนหมูมากกว่ากระทะขนาดเล็ก และหากกิจการไปได้ดีจึงหาซื้อมาเพิ่มหรือเพิ่มขนาดของกระทะในภายหลังได้

1.2 เตาแก๊ส การเตรียมเตาแก๊สนอกจากราคาหัวแก๊สพร้อมขาตั้งที่ราคาตกอยู่ที่1,000 – 3,500 บาท แล้วยังมีราคาถังแก๊สใหม่ที่ขนาด15 ลิตร จะมีราคาอยู่ที่ 2,200 – 2,600 บาท และราคาแก๊สอย่างเดียวจะอยู่ที่ถังละ 250 – 300 บาท

1.3 อุปกรณ์ทอดและสะเด็ดน้ำมัน หากต้องการภาพลักษณ์ที่ดูดีและสะอาดควรเลือกอุปกรณ์สแตนเลส ซึ่งประกอบด้วยตะหลิว ตระแกรงสะเด็ดน้ำมัน ซึ่งแต่ละชุดมีราคาอยู่ที่ประมาณ 500 – 3,000 บาท

1.4 อุปกรณ์นึ่งข้าวเหนียว ในช่วงแรกของการเริ่มทำกิจการ อาจใช้อุปกรณ์นึ่งข้าวเหนียวแบบดั้งเดิมไปก่อน โดยยังไม่ต้องใช้เครื่องนึ่งข้าวเหนียว ซึ่งแต่ละชุดมีราคาอยู่ที่ 400 – 500 บาท

1.5 ถังเก็บความร้อน ใช้สำหรับจัดเก็บข้าวเหนียวเพื่อให้มีความอุ่นร้อนพร้อมสำหรับขายได้ตลอดเวลา โดยมีราคาอยู่ที่ 400 – 600 บาท

เทคนิคการขายข้าวเหนียวหมูทอด 

2. ค่าทำเลที่ตั้ง ถือเป็นอีกต้นทุนที่ต้องพิจารณาและใส่ใจ การเลือกทำเลที่ตั้งของร้านนับว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อต้นทุนของผู้ทำธุรกิจเป็นอย่างมาก ยิ่งทำเลดีผู้คนผ่านไปมามากก็ยิ่งมีราคาที่ตั้งสูง แต่ก็มีโอกาสทำเงินสูงกว่าในทำเลที่ไม่น่าสนใจได้มากโดยการคิดราคาค่าเช่าที่ยังขึ้นกับรูปแบบการทำร้านด้วยว่าเป็นแบบรายวันหรือรายสัปดาห์ และควรพิจารณาด้วยว่าทางร้านมีข้อห้ามหรืออุปกรณ์ใดเพิ่มเติมในการเช่าที่หรือไม่

3. ค่าวัตถุดิบ ถือเป็นต้นทุนหมุนเวียนที่ควรมีการสำรองเอาไว้อย่างน้อย 3 รอบต่อการลงทุนในแต่ละครั้ง หากในที่นี้คิดยอดขายหมูที่ 10 กิโลกรัม และข้าวเหนียวที่ 5 กิโลกรัม จะมีต้นทุนในส่วนของวัตถุดิบ ดังนี้

3.1 หมูสด 10 กิโลกรัม ราคาต้นทุน 700 – 900 บาท
3.2 ข้าวเหนียว 5 กิโลกรัม ราคาต้นทุน 150 – 200 บาท
3.3 ราคาเครื่องปรุงต่างๆที่หมู 10 กิโลกรัม ราคาต้นทุนจะประมาณ 50 บาท
3.4 ราคาน้ำมันสำหรับทอด 250 – 300 บาท

เมื่อได้ต้นทุนทั้งหมดจะสามารถสรุปได้ว่าในการเริ่มขายข้าวเหนียวหมูทอดที่ 10 กิโลกรัมแรกจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับการเริ่มต้นกิจการอยู่ที่ประมาณ 1,300 บาท ซึ่งหมู 10 กิโลกรัมสามารถแบ่งขายชุดละ 100 กรัมได้ 100 ชุด นำต้นทุนวัตถุดิบไปหารจะมีต้นทุนวัตถุดิบที่ชุดละ13 บาท หากตั้งราคาขายที่ 50% เท่ากับว่าแต่ละชุดจะมีกำไรอยู่ที่6.5 บาท หรือในการขายหมู 10 กิโลกรัมแรกจะมีโอกาสทำกำไรอยู่ที่6,500 บาท ซึ่งจะต้องขายให้ได้ทั้งหมด 200 ชุด หรือ 20 กิโลกรัมเพื่อคืนทุนในส่วนของอุปกรณ์ได้หมด

เทคนิคการขายข้าวเหนียวหมูทอด 

ซึ่งการตั้งราคาขายข้าวเหนียว หมูทอดแต่ละชุดอาจขึ้นกับปัจจัยอื่นๆอย่างประเภทของกลุ่มลูกค้า หากเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ยังไม่มีกำลังทรัพย์ของตนเอง ราคาที่ตั้งไม่ควรสูงมาก แต่ให้เน้นที่ปริมาณการขายเพื่อให้ได้ผลกำไรที่เพียงพอแทน แต่ในขณะที่หากกลุ่มลูกค้ามีกำลังขายมากพอ อาจจำเป็นต้องสร้างจุดขายเพื่อดึงราคาขายให้เพิ่มสูงขึ้นแทน โดยอาจทำได้ดังนี้

1.การเน้นเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพราะผู้คนในปัจจุบันใส่ใจในสุขภาพกันมากขึ้น ดังนั้นการสร้างจุดขายที่สินค้าให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพก็นับว่าเป็นโอกาสอันดีในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำมันจากข้าว หรือข้าวโพดแทนน้ำมันทอดทั่วไป หรือการใช้หมูส่วนที่ไร้มันมาเป็นตัวชูโรง ไปจนถึงการทอดที่กำหนดความร้อนและเวลาอย่างพอเหมาะจึงไม่มีการอมน้ำมัน เป็นต้น

2.การสร้างบรรจุภัณฑ์ที่มีความสวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็นับเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวเหนียว หมูทอดได้ อย่างการใช้ใบตองห่ออาหารแทน หรือใช้จานชามที่ย่อยสลายได้แทนพลาสติกที่ก่อปัญหามลภาวะก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่ยาก

3.การสร้างสรรค์สูตรข้าวเหนียวหมูทอดที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่นไม่เหมือนใคร รสชาตินับว่าเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดใจให้ลูกค้าสนใจ และทำการซื้อขายสินค้าของเราไปได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน ซึ่งวิธีนี้อาจต้องอาศัยระยะเวลาในการปรับปรุงพัฒนารวมไปถึงการเปิดใจรับฟังข้อคิดเห็นจากลูกค้าเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงสูตรข้าวเหนียว หมูทอดให้เกิดเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครได้

เทคนิคการขายข้าวเหนียวหมูทอด 

นอกจากการเพิ่มมูลค่าสินค้าที่มีความสำคัญกับการเพิ่มผลกำไรแล้ว การลดต้นทุนการผลิตก็นับว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่มผลกำไรได้ แต่การลดราคาต้นทุนที่ดีนั้นต้องไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของสินค้าโดยเด็ดขาด ดังนั้นควรลดราคาต้นทุนด้วยการซื้อวัตถุดิบจากแหล่งค้าส่งที่มีราคาถูกกว่าตลาดอื่นๆไม่ว่าจะเป็นตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง หรือห้างแมคโคร เป็นต้น การซื้อข้าวเหนียวก็อาจซื้อจากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรงเพื่อเป็นการลดช่องว่างและตัดโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้นเมื่อซื้อขายผ่านพ่อค้าคนกลางได้อีกทางหนึ่งด้วย และเจ้าของธุรกิจควรทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถติดตามได้ว่าธุรกิจที่กำลังดำเนินอยู่นั้นเติบโดยหรือก้าวหน้ามากขึ้นหรือไม่ได้อีกด้วย

เทคนิคการขายข้าวเหนียวหมูทอด 

หมายเหตุ รูปภาพที่ใช้เป็นเพียงสื่อประกอบบทความเท่านั้น
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : Siam Sizzles, Rachel Cooks Thai, Pinterest, The Daily Meal, TakeMeTour’s Blog