Home » ไอเดียธุรกิจ » 10 ไอเดียแพคเกจจิ้ง ปี 2018

10 ไอเดียแพคเกจจิ้ง ปี 2018


ไอเดียแพคเกจจิ้ง

10 ไอเดียแพคเกจจิ้ง ปี 2018

แพคเกจจิ้ง คือสิ่งที่สร้างความประทับใจครั้งแรกระหว่างแบรนด์สินค้าดับผู้บริโภค ยิ่งแพคเกจจิ้งมีความโดเด่นสะดุดตาเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะเป็นการเชื้อเชิญให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจมากขึ้นเท่านั้น และหากคุณสามารถเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์สินค้าให้น่าจดจำผ่านแพคเกจจิ้งได้แล้วล่ะก็ สินค้าของคุณก็จะกลายเป็นตัวเลือกแรกเสมอ ที่ลูกค้าจะยอมจ่ายเงินซื้อกลับบ้านโดยไม่ต้องลังเลเพียงแค่เห็นสินค้าของคุณวางอยู่บนชั้นวาง

การจะเลือกแพคเกจจิ้งให้ออกมาเป็นที่สนใจได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน หากผู้ประกอบการตั้งใจศึกษาทำการบ้านเกี่ยวกับแบรนด์สินค้าและการสร้างแพคเกจให้เหมาะสมซึงแน่นอนมันอาจจะใช้เวลาอยู่บ้างแต่ก็ได้ผลลัพท์ที่น่าพอใจเลยทีเดียว และถ้าหากท่านผู้ประกอบการไม่มีเวลาว่างมากพอที่มารวบรวมข้อมูลวิจัยแพคเกจจิ้งว่าควรเป็นไปในทิศทางไหนดีในปี 2018 นี้นั้น ทาง SMELeader.com ก็ได้ทำการคัดเลือกบรรดาแพคเกจจิ้งที่มีแนวโน้มและทิศทางที่ควรนำไอเดียมาต่อยอดสร้างแพคเกจที่เหมาะกับแบรนด์ของผู้ประกอบการได้ ดังต่อไปนี้

10 แนวทางที่ใช้ในการสร้างแพคเกจจิ้งสำหรับปี 2018

1. เรียบแต่โก้
2. ใช้สีพาสเทล
3. จินตนาการ ความสนุก ตื่นเต้น
4. ภาพโปสเตอร์
5. เน้นข้อความ
6. รูปทรงแปลกตา
7. วินเทจ
8. ภาพถ่าย
9. Holographic effects
10. เทคนิคไล่ระดับสี

1. เรียบแต่โก้
สำหรับในปีนี้การดีไซน์แพคเกจจะนิยมทำออกมาในแบบเรียบง่าย ดุสะอาดตา ไม่เน้นลวดลายหวือหวา แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้โดยการใส่โลโก้แบรนด์หรือสโลแกนลงไป แค่ 1 หรือ 2 ข้อความเท่านั้น ภายใต้ความเรียบง่ายนั้นก็ยังคงความหรูหราด้วยการดีไซน์แปลกตา

2. สีพาสเทล
การช้สีพาสเทลได้รับความนิยมมาตั้งแต่เมื่อปีที่จนถึงปีนี้ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่นำมาเป็นไอเดียในการดีไซน์แพคเกจ เน้นถึงความนุ่มนวล อ่อนโยนและใกล้ชิดธรรมชาติ มีความน่ารักในแบบฉบับของผู้หญิงเป็นอย่างมาก ดังนั้นแพคเกจจิ้งแบบนี้จะเหมาะกับสินค้าสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ

3. ใส่จินตนาการ ความสนุกและตื่นเต้น
เป็นการนำเอาเรื่องราว จินตนาการหรือสิ่งที่แสดงออกถึงความสนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจลงบนแพคเกจจิ้ง โดยส่วนมากจะเป็นการใช้สีสันสดใส เส้นสายของลวดลายมีโค้งแฝงไปด้วยความสนุก ตัวหนังสือก็จะใช้อักษรที่ดูคดโค้งไปตามจินตนาการ ไม่อยู่ในกรอบเดิมๆ เห็นแล้วก็เกิดความตื่นเต้น ตื่นตากับรูปแบบแปลกใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจำพวกเครื่องดื่ม เพราะสามารถสร้างความรู้สึกสดชื่นได้

4. ภาพโปสเตอร์
เป็นการบอกเล่าเรื่องราวในรูปแบบโปสเตอร์ลงบนแพคเกจจิ้ง โดยใช้ตัวละครหรือตัวการ์ตูนที่เป็นที่รู้จักกันดี แน่นอนว่าสินค้าของท่านจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักสะสมตัวยง สินค้าของคุณก็จะกลายเป็นของสะสมไปด้วยในเวลาเดียวกัน

5. เน้นข้อความ
เป็นการนำข้อความ ข้อคิด หรือคติ คำคม สำนวนต่างๆที่สามารถเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าได้ เพิ่มลงบนแพคเกจและเน้นข้อความเน้นให้อยู่ในตำแหน่งที่สะดุดตา อ่านง่าย เมื่อลูกค้าเห็นข้อความบนแพคเกจจิ้งของคุณและจะต้องชะงักและหยิบขึ้นมาดูด้วยความน่าสนใจของข้อความที่คุณเลือกมามั่นเอง

6. ใช้รูปทรงที่แปลกตา
สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่จำเป็นต้องใช้สีพาสเทลหรือเน้นข้อความ คำพูดใดๆ เพราะคุณอยากจะโพกัสที่ตัวแพคเกจจิ้งให้สื่อถึงสินค้าได้ทันทีเพียงแค่เห็นจากภายนอก โดยการนวัตกรรมใหม่ๆในการผลิตแพคเกจออกมาให้มีรูปทรงแปลกใหม่ตามที่คุณต้องการ เช่นหากคุณขายน้ำผลไม้ แทนที่จะใช้ขวดแก้วหรือกล่องแบบเดิมๆ ก็อาจจะสร้างแพคเกจใหม่เป็นรูปผลไม้ชนิดนั้นๆแทน นอกจากจะโดดเด่นแล้วยังสื่อความหมายสินค้าได้ทันที

7. แบบวินเทจ
แม้เราจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเทคโนโลที่ทันสมัยขึ้นทุกวันแล้วก็จริง แต่เราทุกคนก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเรื่องราวในอดีตนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอมา ดังนั้นการสร้างแพคเกจที่ใช้แนวคิดแบบ “Throwback” จะช่วยให้สามารถระลึกถึงวันวานที่ผ่านมาได้ด้วยบางสิ่งที่เคยมีในในตอนนั้นซึ่ง การออกแบบวินเทสนั้นจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์สินค้า วัฒนธรรมที่มีมาแต่เดิม ความหลงใหลในองค์ประกอบที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ผ่านมุมมองการออกแบบสร้างเอกลักษณ์ที่ยั่งยืนของแบรนด์

8. เทคนิการใช้ภาพถ่าย
เป็นการนำเอารูปภาพที่สีสันสวยงาม มาไว้บนแพคเกจ สร้างจุดโพกัสที่สำคัญให้แก่สินค้า รูปภาพที่ใช้ควรใกล้เคียงหรือเหมาะสมกับสินค้าและแบรนด์นั้นๆ ไม่ควรใช้รูปภาพเยอะจนเกินไปเพราะจะทำให้เกิดการแย่งจุดโพกัส ทำให้ไม่น่าสนใจ เน้นสีสันสดใส ภาพคมชัด และวางอยู่ในตำแหน่งที่จะสามารถมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อวางอยู่บนชั้นวางสินค้า

9. เทคนิคโฮโลกราฟฟิก (Holographic effects)
การใช้เทคนิคโฮโลแกรมเข้ามาจะทำให้ดูมีมิติ มีความลึก มีความคมชัด แพคเกจเหล่านั้นจะดูเด่นขึ้นมาทันทีที่กระทบแสงเมื่อใช้เทคนิคโฮโลกราฟ การใช้ภาคโฮโลกราฟลงบนพลาสติกหรือกระดาษนั้นจะทำให้วัตถุเหล่านั้นดูคล้ายกับโลหะ ซึ่งไม่มีผลกระทบในด้านความปลอดภัย ไม่ก่อมลพิษแต่อย่างใด ทว่าจะทำให้สินค้านั้นดูเย้ายวนใจ เชื้อเชิญให้เข้าไปจับต้องยิ่งขึ้น

10. เทคนิคการไล่ระดับสี
การไล่ระดับสีไม่ใช้เรื่องใหม่อะไร เราเคยเห็นหลายๆแบรนด์มีการออกแบบแพคเกจจิ้งในลักษณะของการไล่ระดับมาบ้างแล้ว แต่เทคนิคนี้กลับมาได้รับความนิยมขึ้นมาอีกครั้งในในปี 2018 นี้ แต่ก็มีการพัฒนาขึ้นโดยใช้สีสันที่มีความหลายหลายขึ้น มีความทันสมัย โดยการไล่ระดับสีให้ดูมีความลึกและมีมิติมากขึ้น สร้างความแปลกใหม่กว่าการไล่ระดับสีในรูปแบบเดิมที่ผ่านมา

เราจะเห็นว่าในปี 2018 นี้ การออกแบบแพคเกจยังคงเน้นความเรียบง่าย สะอาดตา ไม่ประดับตกแต่งอะไรให้ดูรกรุงรัง แต่จะเน้นเรื่องราวโดยการใช้สีหรือข้อความ รวมทั้งรูปทรงแทน สำหรับท่านผู้ประกอบที่กำลังมองหาไอเดียในการออกแบบแพคเกจสำหรับปีนี้ ก็ลองนำเอาไอเดียข้างต้นดังกล่าวนี้ไปประยุกต์ให้เหมาะกับสินค้าของท่านดูได้

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : https://99designs.com/blog/trends/packaging-design-trends-2018