fbpx
Home » กลยุทธ์ธุรกิจ » กลยุทธ์ครองใจลูกน้อง

กลยุทธ์ครองใจลูกน้อง


ความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือขององค์กรทั้งหมดอาจไม่ได้วัดหรือดูที่ตัวเลขของผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวเสมอไปความสำเร็จที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็จะต้องดูจากปัจจัยหลายประการและสำหรับผู้บริหารสิ่งสำคัญที่จะต้องเข้าใจก่อนเลยก่อนคือ การเป็นนักบริหารที่ประสบความสำเร็จควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง ในการบริหารทั้งคนทั้งงานให้เดินหน้าไปพร้อมๆกัน คุณจะต้องตระหนักเสมอว่าจะทำอย่างไรให้“บัวไม่ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น” อาศัยบุคลากรที่มีอยู่ให้ช่วยกันทำให้องค์กรประสบความสำเร็จแต่จะทำเช่นนั้นได้คุณจะต้องมีวิธีที่จะรวมจิตใจและความคิดของบุคลากรให้ไปในทิศทางเดียวกันและมีความเป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้เสียก่อนซึ่งนั่นก็คือคุณจะต้องมีกลยุทธ์ที่จะครองใจลูกน้องให้ได้นั่นเองคุณถึงจะจูงใจให้ทุกคนทำงานเพื่อองค์กรได้ เราจึงขอนำเสนอกลยุทธ์ครองใจลูกน้องที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ดังนี้

ชัดเจนในตัวเองและแบรนด์ของคุณ
ในการบริหารและบังคับบัญชาความชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆที่คุณจะมองข้ามไปไม่ได้เลยเพราะความชัดเจนคือเข็มทิศที่จะกำหนดทิศทางขององค์กรคุณจะต้องรู้ ก่อนว่าคุณต้องการอะไรกำหนดให้ชัดเจนว่าจะดำเนินงานในองค์กรในรูปแบบใด จากนั้นสร้างแบรนด์ของคุณให้ชัดเจนสื่อให้ได้ว่าสินค้าและบริการของคุณคืออะไร ใช้แล้วมีประโยชน์แค่ไหน มีคุณค่าต่อลูกค้าอย่างไรความต้องการของตลาดตรงกับสิ่งที่บริษัทอยากขายหรือไม่คุณจะต้องตอบปัญหาเหล่านี้ให้ได้ทั้งหมดเสียก่อนความชัดเจนในตัวคุณจึงจะเกิดขึ้น จากนั้นคุณจะต้องทำให้พนักงานรู้ว่าบริษัททำงานเกี่ยวกับอะไร หาก เป็นธุรกิจเป็นธุรกิจประเภทไหน บริษัทมีความมั่นคงและเหนือกว่าบริษัทคู่แข่งแค่ไหน มีผลตอบแทนอย่างไร มีการสร้าง ผลงานให้ภาคภูมิใจแค่ไหน เมื่อคุณมีความชัดเจนก็จะเหมือนแม่ทัพที่มีความเด็ดขาด การบังคับบัญชาก็จะเกิดปัญหาน้อยลง เพราะศูนย์รวมจิตใจของลูกน้องคุณก็จะอยู่ที่คุณคนเดียวเท่านั้น

โน้มน้าวแบบโค้ชไม่ใช่สั่งแบบทหาร
ธรรมชาติของคนทุกคนไม่มีใครอยากรู้สึกว่าถูกกดขี่หรือตกเป็นเบี้ยล่าง ดังนั้นเราจะต้องรู้วิธีที่จะใช้อำนาจบังคับบัญชาของเราให้ถูกวิธีใช้การสอนแทนการสั่ง หากคุณใช้การสั่งนั่นคือคุณกำลังนำสิ่งที่คุณต้องการไปยัดเยียดใส่มือเขา เขาไม่รู้เหตุผลที่มาที่ไป ให้ถือก็ถือไว้ให้โยนทิ้งก็ทิ้งตามที่สั่ง ดังนั้นทุกอย่างก็จะดำเนินอยู่ในกรอบแบบนี้ไม่เกิดอะไรๆใหม่ที่เป็น ประโยชน์ต่อองค์กรสุดท้ายทุกอย่างก็จะต้องประเดประดังมาอยู่ที่คุณคนเดียว เพราะไม่มีใครเข้าใจคุณเมื่อนานวันเข้า ลูกน้องฝีมือดีถูกคุณกดไว้มากๆเขาก็จะตัดสินใจออกจากองค์กรไปในที่สุด

แต่การสอนคือการทำให้ลูกน้องคุณเข้าใจถึงเหตุผล
ที่มาที่ไปของสิ่งนั้นๆเป็นการให้เกียรติในความคิดของเขา ลูกน้องคุณจะรู้สึกว่าไม่ได้ถูกดูถูกหรือกดขี่ทางความคิด เขามี โอกาสได้คิดได้เรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจฉะนั้นการสอนจึงเหมือนการแนะแนวทางให้เขาเกิดความคิดอะไรใหม่ๆ ที่ดีต่อ องค์กรเมื่อเขาเชี่ยวชาญเขาก็จะเดินด้วยตัวเองโดยที่คุณไม่ต้องลงไปดูแลทกุเรื่องด้วยตัวเองทุกอย่างจะดำเนินไปเองโดย อัตโนมัติ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณบอกลูกน้องพิมพ์เอกสารสักฉบับและ Print ออกมานั้นก็คือการสั่งแล้วซึ่งเขาก็จะทำ ตามคุณสั่งเท่านั้นและมีโอกาสที่เขาจะทำผิดพลาดสูงด้วยเพราะเขาไม่รู้อะไรไปมากกว่านั้น แต่ถ้าคุณบอกเขาว่าเหตุผลที่จะพิมพ์เอกสารฉบับนี้และต้อง Print ออกมาก็เพราะว่าลูกค้าบางรายไม่เชื่อมั่นในเอกสารออนไลน์ต้องการอะไรที่เป็น หลักฐานจับต้องได้นี่คือการสอนเขา ต่อไปเขาก็จะรู้ว่าการจัดทำเอกสารและนำเสนองานกับลูกค้าแต่ละรายจะต้องทำอย่างไร นำเสนออย่างไรถึงจะโดนใจลูกค้าแบบนี้ เป็นต้น

เริ่ม “ทำ” ที่ตัวคุณ
การเป็นผู้บริหารไม่ใช่ว่าคุณจะรู้แต่เรื่องของการ บริหารอย่างเดียว สิ่งสำคัญอีกประการคุณจะต้องรู้จักงานทุกด้านขององค์กรของคุณเป็นอย่างดีด้วยนั้นคือ คุณจะต้อง“ทำ”ทุกอย่างได้ด้วยตัวเองด้วย สิ่งแรกที่คุณจะแสดงความเป็นผู้นำอันเป็นการกระตุ้นการทำงานของลูกน้องคุณได้ก็คือ ลงมือทำทุกอย่างที่อยู่ในองค์กรของคุณ คุณจะต้องสามารถทำทุกอย่างแทนพนักงานได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะชงกาแฟ เก็บขยะ พิมพ์เอกสาร ไปจนกระทั่งปีนหลังคา การลงไป“ทำ”เป็นการสร้างความเป็นกันเองและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างคุณกับลูกน้อง ซึ่งหากคุณทำได้คุณจะได้ใจพวกเขาไปเลยและหากเวลาที่พนักงานไม่พอองค์กรคุณก็จะไม่เกิดปัญหาเพราะคุณสามารถควบคุมทุกอย่างได้แต่ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณทำเช่นนั้นได้ก็คือ คุณจะต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเองและเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ


เอาใจเขามาใส่ใจเรา
การเป็นผู้บริหารก็เหมือนกับการไปยืนอยู่บนยอดภูที่สูง การอยู่ข้างบนแล้วมองลงมาข้างล่างมุมมองจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ความรู้สึกก็จะได้อีกอารมณ์หนึ่ง แต่คุณอย่าสัมผัสกับอารมณ์แบบนั้นนานจนเกินไป ขอให้คุณกลับมาคิดถึงตอนที่คุณอยู่ข้างล่างบ้าง ลองคิดดูว่าตอนคุณอยู่ข้างล่างแล้วแหงนมองขึ้นไปบนยอดภูเขาความรู้สึกของคุณเป็นอย่างไร ลองคิดกลับ แบบนี้จะทำให้คุณเข้าใจความคิดความรู้สึกของคนข้างล่างทันที เช่นเดียวกันกับการบริหารคน หากคุณจะครองใจเขาได้ คุณก็ต้องเข้าใจหัวอกของคนเป็นลูกน้องด้วย คุณต้องรู้ว่าเข่าคิดอะไรและต้องการอะไร มีความเห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เวลาเขามีปัญหาคุณควรจะใช้คำถามให้เป็นคุณต้องเรียนรู้ว่าถามแบบไหนพวกเขาจึงพร้อมที่จะเล่าปัญหาและกล้าเปิดเผยความคิดในสิ่งที่เขาต้องการให้เราได้รับรู้ มองพวกเขาเป็นหนึ่งสมาชิกในครอบครัวของคุณจงแสดงความสนใจในตัวพวกเขาด้วยความจริงใจบ้าง จดจำชื่อ ทักทาย เรียกชื่อพวกเขาให้ถูกต้อง ใส่ใจรายละเอียดจดจำสิ่งเล็กน้อยของพวกเขา (แต่ ไม่ใช่คิดเล็กคิดน้อย) สอบถามถึงครอบครัว สนใจในปัญหาพวกเขาบ้าง มิใช่สนใจแต่ปัญหาของตนเอง

ทำผิดก็สอน ทำดีก็ให้รางวัล
ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด ไม่มีใครที่จะทำทุกอย่างถูกต้องเสมอไปแม้แต่ตัวคุณ สิ่งนี้เป็นความจริงที่ทุกคนต่างก็รู้ดี ดังนั้นการบริหารคนให้ครองใจพวกเขาได้คุณจะต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ ความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้เป็นเรื่อง ธรรมดา สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อลูกน้องคุณทำงานผิดพลาดคุณจะทำอย่างไร คุณจะดุจะด่า สบถ ใส่อารมณ์ใส่พวกเขาหรือไม่ คุณต้องไม่ลืมว่าไม่มีใครที่อยากจะผิดพลาด ไม่มีใครต้องการที่จะถูกตำหนิ เมื่อเป็นเช่นนั้น คุณก็ต้องเรียนรู้วิธีบริหารจัดการความผิดพลาดของลูกน้องด้วย เมื่อพวกเขาทำงานพลาดคุณอาจจะตำหนิเขาได้ แต่พยายามอย่าใส่อารมณ ์คุยกับเขาด้วยเหตุผล สอบถามถึงปัญหาที่เขาเจอในการทาํงาน อธิบายถึงปัญหาขององค์กรให้เขาได้รับรู้เพื่อปรับทัศนคติในการทำงานให้ตรงกันและลองให้โอกาสเขาเริ่มต้นแก้ไขตัวเองใหม่ ซึ่งตอ่ไปผลลัพธ์อาจจะออกมาดีเกินกว่าที่คุณคาดไว้ก็ได้ เพราะคุณได้ปฏิบัติต่อพวกเขาดังเช่นเพื่อนร่วมงานและคนในครอบครัว เคารพในความเป็นมนุษย์ของพวกเขา ซึ่งพวกเขาก็จะปฏิบัติต่อคุณและองค์กรเช่นนั้นเหมือนกัน ในทางตรงกันข้ามหากลูกน้องของคุณทำงานได้ดี คุณก็ควรจะมีรางวัลพิเศษที่จะสร้างความภาคภูมิใจหรือความทรงจำที่ประทับใจให้กับเขาบ้างเพื่อที่จะเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไปเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเสมอ

การสร้างแรงบันดาลใจให้ตนเองว่าเป็นสิ่งที่ยากแล้ว แต่การที่จะต้องทำตนให้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้อื่นยิ่งยากกว่าแต่ก็นับเป็นสิ่งที่ท้าทาย คนระดับผู้บริหารทุกคน ตัวเลข ยอดขายของบริษัทที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าบริษัทมีความก้าวหน้าและเริ่มที่จะประสบความสำเร็จ แต่ไม่ได้บ่งบอกว่าชีวิตจะประสบความสำเร็จไปด้วย ผู้บริหารบางคนอาจประสบความสำเร็จในงาน ในการบริหารคน แต่ไม่ประสบ ความสำเร็จในชีวิตครอบครัว ตรงจุดนั้นเสมือนจุดบอดของตนเองที่ทำให้ไม่สามารถที่จะเป็นไอดอลให้กับลูกน้องได้ เราต้องไม่ลืมว่าจะเป็นหัวหน้าหรือลูกน้องก็ตามทุกคนก็ล้วนเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับผู้บริหารคุณมีภาระมากมายที่จะต้องแบกรับไว้ คุณจะรู้หรือไม่ว่าลูกน้องคุณบางคนอาจฝันที่จะก้าวขึ้นมาเป็นแบบคุณในสักวันหนึ่งและเขาก็กำลังดำเนินรอยตามคุณด้วยความศรัทธาแต่ถ้าเมื่อไหร่เขา ค้นพบจุดบอดของคุณความศรัทธาก็อาจจะหมดไปจากจิตใจและอาจจะทำให้เขาหมดไฟในการทำงานให้กับองค์ไปเลยก็ได้

ดังนั้นผู้บริหารควรจะต้องสร้างสมดุลให้กับชีวิตระหว่างเรื่องงานและเรื่องครอบครัว การจัดสมดุลชีวิตคุณอาจจะต้องมี กลเม็ดเด็ดพรายมากกว่าลูกน้องของคุณ แยกแยะแบ่งเวลาให้งานและการหาความสุขจากชีวิตให้ดี ใช้ชีวิตให้เป็น อย่ามุ่ง งานจนลืมครอบครัว หากคุณทำได้นอกจากคุณจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับลูกน้องคุณได้แล้วการทำงานทีมีประสิทธิภาพ ของคุณก็จะสมบูรณ์เสมอด้วย ทั้งหมดนี้คือกลยุทธ์ครองใจลูกน้องที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ สิ่งไหนที่เห็นว่าสมควรก็นำมาปฏิบัติสิ่งไหนที่ไม่ดีก็หลีกเลี่ยง เพียงเท่านีคุณก็จะประสบความสำเร็จทั้งคนทั้งงานตามที่มุ่งหวังแล้ว