กลยุทธ์ธุรกิจ
กลยุทธ์ธุรกิจ

แผนธุรกิจ 12 กลยุทธ์หยุดความล้มเหลว

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ กลยุทธ์ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญ เนื่องจากบางครั้งเราวางกลยุทธ์ที่ผิดพลาดไปก็อาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้ แต่หากเราวางกลยุทธ์ ที่มีการคิด วิเคราะห์ ศึกษาทำความเข้าใจเป็นอย่างดี ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็จะส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถผ่านพ้นวิกฤติต่างๆและทำให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ในครั้งนี้ SMELeader จึงมีวิธีการดีๆ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้ลองตรวจสอบและทบทวนตัวเองว่า สิ่งใดบ้างที่ผู้ประกอบการควรทำและควรทบทวนอยู่เสมอ ผ่าน 12 กลยุทธ์เพื่อหยุดความล้มเหลวของเอสเอ็มอี

1. กำหนดวัตถุประสงค์ : การทำธุรกิจ ผู้ประกอบการจำเป็นวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน รวมถึงการกำหนดพันธกิจและวิสัยทัศน์ของบริษัทว่าต้องการจะเป็นอะไร และจะทำอย่างไรเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้น

2. วางแผน : การวางแผนและพัฒนานับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าธุรกิจจะเล็กหรือใหญ่เพียงใด การวางแผนจะเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินกลยุทธ์ ซึ่งควรให้เวลากับการวางแผนธุรกิจปีละ 1 ครั้งหรือจะดีกว่าหากทำได้มากกว่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่า การวางแผนนั้นเดินไปในทิศทางที่ควรจะเป็น

3. เขียนเป้าหมาย : สิ่งชี้วัดความสำเร็จที่ดีคือเป้าหมาย ดังนั้น การกำหนดและเขียนเป้าหมายจึงควรทำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับกำหนดเป้าหมายและแบ่งการรับผิดชอบในแต่ละเป้าหมาย ด้วยการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความชัดเจนของเป้าหมายและความแน่นอนของระยะเวลา

4. จัดการเรื่องงบการเงิน : เงินคือสิ่งสำคัญในทุกส่วนของธุรกิจ และเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้ประกอบการควรจัดการตั้งงบประมาณเป็นรายปี เพื่อให้มีเงินทุนสำหรับการดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ตามที่ได้วางแผน และสามารถรักษาสภาพคล่องทางธุรกิจให้ดำเนินไปในทิศทางที่ดีด้วย

5. พัฒนาบุคลากร : การทำธุรกิจนั้น ผู้ประกอบการคงไม่สามารถทำทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยตัวคนเดียว ทำให้การพัฒนาบุคลากรเป็นภาคส่วนสำคัญภายในองค์กรเพื่อให้เกิดการสานต่องานที่คุณวางแผนไว้ให้ไปดำเนินการต่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

6. ติดตามเทรนด์อยู่เสมอ : การทำธุรกิจนั้น หากจะประสบความสำเร็จในธุรกิจ ยุคสมัยก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดบทบาท ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะบางธุรกิจ ตลาดอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

7. ศึกษาความต้องการของลูกค้า : การศึกษาพฤติกรรมลูกค้า ความต้องการของลูกค้า เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะประสบการณ์และการสนองตอบของลูกค้าจะบ่งบอกถึงความพึงพอใจกับสินค้าและบริการของคุณมาก-น้อยเพียงใดด้วย

8. ให้ความสำคัญกับลูกค้า : ด้วยพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนต้องการเป็นคนสำคัญ ขณะเดียวกัน การที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าหรือบริการในธุรกิจของคุณย่อมคาดหวังกับสินค้าและบริการที่ดีตามมา ทำให้ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงความคาดหวังของลูกค้าด้วยเช่นกัน

9. สื่อสารอย่างต่อเนื่อง : การสื่อสารในการทำธุรกิจ เสมือนกับการใส่ใจและการสร้างความเข้าใจกันโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบรรยากาศภายในที่ดีด้วยการสื่อสารกับพนักงาน หรือการสื่อสารกับลูกค้าก็ไม่ควรทิ้งระยะเวลานานเกินไป เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการและประสบการณ์ที่พิเศษสุด

10. ไม่หยุดการพัฒนา : การไม่ทำตัวน้ำเต็มแก้ว น่าจะเป็นการยกตัวอย่างได้ดีที่สุด แม้ธุรกิจของคุณจะไปได้สวย แต่ผู้ประกอบการที่ดีจะทบทวนทุกด้านในธุรกิจ เพื่อทำให้กระบวนการทำงานเป็นไปได้อย่างลื่นไหล และพัฒนาส่วนที่ควรปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

11. การใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม : ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการทำธุรกิจ ดังนั้น การหยิบจับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่มาเพื่อเพิ่มแต้มต่อทางธุรกิจจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากและไม่สามารถมองข้ามได้เลย

12. ให้รางวัลกับความสำเร็จ : ความสำเร็จเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ดังนั้น การให้รางวัลกับความสำเร็จจึงเป็นส่วนที่ควรแสดงออกอย่างเหมาะสม เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างกำลังใจที่ดีในธุรกิจแล้ว ยังสามารถแทนคำขอบคุณกับผู้ร่วมงาน รวมถึงสร้างพลังในทางที่ดีในการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคตด้วย

» และนี่ก็คือ 12 กลยุทธ์ที่จะมาช่วยหยุดความล้มเหลวให้ SME รอด หากวันนี้คุณยังขาดตกข้อใด ลองใช้เวลาทบทวนและสร้างกำลังใจที่ดี ลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

แหล่งที่มา – scbsme.scb.co.th