กลยุทธ์สุดเก๋าของแฟรนไชส์ 5 ดาว
กลยุทธ์สุดเก๋าของแฟรนไชส์ 5 ดาว

กลยุทธ์สุดเก๋าของแฟรนไชส์ 5 ดาว

แฟรนไชส์คือธุรกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน ด้วยความที่เป็นธุรกิจที่ลงทุนง่าย มีระบบจัดการ แบบแผนธุรกิจที่สำเร็จรูปอยู่แล้ว จึงทำให้ผู้ที่มาลงทุนไม่ต้องมีความรู้พื้นฐานด้านธุรกิจ และการทำอาหาร ก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้

ในขณะที่ธุรกิจแฟรนไชส์มากหน้าหลายตาต่างเปิดตัว และโปรโมทแบรนด์ของตัวเองไม่เว้นวัน เราจะมีวิธีดูอย่างไรให้รู้ว่าแบรนด์ที่เราเลือกลงทุนด้วยนั้นมีความเป็นมืออาชีพ มีกลยุทธ์ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่าแบรนด์อื่นๆ

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น จึงขอยกตัวอย่างด้วยแบรนด์ที่โลดแล่นบนธุรกิจแฟรนไชส์มาแล้วกว่า 30 ปี อย่าง “5 ดาว” เพราะเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน และเป็นที่รู้จักดีแม้ไม่ใช่ในหมู่นักลงทุน ด้วยเป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อว่ามีการตลาดที่ครอบคลุมเข้าถึงผู้บริโภค ทั้งยังมีมาตรฐานของสินค้า และบริการที่ดีมาตลอด เมื่อลองวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้ 5 ดาว เก๋าเกมอย่างทุกวันนี้ ก็สามารถแบ่งออกมาได้ 5 ข้อเลยทีเดียว

1.ทีมงานบริหารที่ดี
เมื่อเลือกลงทุนกับแฟรนไชส์ 5 ดาว อันดับแรกจะมีการวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งของร้านโดยทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้ผู้ลงทุนมีทำเลที่ดี ขายได้ในระยะยาว มีระบบจัดส่งสินค้าที่ชัดเจนทำให้กระจายสินค้าได้ตลอดไม่มีคำว่าขาดตลาด รวมไปถึงระบบบริหารจัดการ ที่มีทีมงานคอยช่วยดูแลให้ตลอดการทำธุรกิจ ไม่ทอดทิ้งหรือดูแลแค่เบื้องต้น

2.เมนูอาหารที่หลากหลาย
หลายปีก่อนหน้านี้ ถ้าพูดถึง 5 ดาว ทุกคนคงนึกถึงไก่ย่างเป็นอย่างแรก แต่ทุกวันนี้แบรนด์ได้พัฒนาเมนูให้มีหลากหลายขึ้น เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกเพศ ทุกวัย โดยมีกว่า 30 เมนู แบ่งออกได้ 4 กลุ่มด้วยกัน คือ

1.กลุ่มไก่ย่าง ที่คุ้นตากันดี เช่น
สูตรต้นตำรับ, สูตรพริกไทยดำ และสูตรทรงเครื่อง
2.กลุ่มไก่ทอด เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ เช่น
สไตล์หาดใหญ่, ไก่สไปซี่, ทอดเกลือ และวิงซ์แซ่บ
3.กลุ่มทานเล่น เอาใจวัยรุ่น เช่น
ไก่จ๊อ, ไส้กรอก, นักเก็ตไก่, อกไก่อบชานอ้อย และไก่ห่อสาหร่าย
4.กลุ่มอาหารสำเร็จรูป

3.ไม่มีประสบการณ์ก็ลงทุนได้
สามารถประสบความสำเร็จ และเป็นเถ้าแก่ได้แม้จะไม่มีประสบการณ์มาก่อน เพราะแบรนด์จะมีการฝึกสอนให้อย่างเป็นระบบ โดยให้ลงพื้นที่จริงหรือที่เรียกว่า “ซุ้มครูฝึก” ที่ถูกคัดเลือกมาจากร้านที่ได้มาตรฐานตามที่บริษัทยอมรับ เพราะการได้ฝึกกับสถานการณ์จริงจะทำให้เป็นงานเร็ว และได้เจอกับลูกค้าจริงๆ ของแบรนด์ 5 ดาว

4.การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ทั่วถึง
มีการประชาสัมพันธ์ถึงลูกค้าอย่างต่อเนื่องหลายช่องทางทั้งทีวี (True4U, TNN ช่อง 16) ทางออนไลน์ Facebook, Youtube เพื่อสร้างภาพจำของแบรนด์ และตัวสินค้า การทำการตลาดอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ลูกค้านึกถึงแบรนด์ 5 ดาว เป็นอันดับแรกๆ (Top of Mind Brand) และจดจำสินค้าเมนูต่างๆ ได้ดี คนขายจึงไม่ต้องเชียร์เพื่อขายให้เหนื่อย เพราะผู้บริโภครู้อยู่แล้วว่าจะมาซื้ออะไร ทำให้ซื้อง่าย ขายคล่อง

5.ตามทันเทคโนโลยี และยุคสมัย
การพัฒนาตามเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ลงทุนสะดวก สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น แบรนด์ 5 ดาว จึงให้ความสำคัญ และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี ทั้งการจัดทำเครื่อง POS เครื่องคิดเงินของบริษัท เพื่อช่วยให้เถ้าแก่ สามารถดูแลจัดการร้านได้ง่าย และสะดวกขึ้น โดยเครื่องจะบันทึกข้อมูลการขายอย่างละเอียด ทั้งรายรับ รายจ่าย เถ้าแก่สามารถดึงข้อมูลมาดูได้เอง ทำให้ตรวจสอบ และคำนวณผลกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งยังส่งเสริมการขายที่ตอบโจทย์ lifestyle ของผู้บริโภคยุคปัจจุบันอย่างสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) โดยร้านของ 5 ดาว กว่าครึ่งรองรับระบบ TrueMoney Wallet เพื่อเป็นทางเลือกในการจ่ายเงินให้กับลูกค้า และการเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับบริการ Food Delivery ทั้ง GET และ Grab ทำให้เถ้าแก่รายได้เพิ่มจากการที่ลูกค้าสั่งอาหารทางออนไลน์ด้วยเช่นกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับกลยุทธ์ของแบรนด์ 5 ดาว เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ที่สามารถนำมาใช้เป็นมาตรฐานในการตัดสินใจก่อนลงทุนได้ดีเลยทีเดียว ส่วนใครที่อ่านจนจบแล้วอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ สามารถตามไปดูวิดีโอสัมภาษณ์จากตัวแทนของ 5 ดาว ได้ที่ลิงก์นี้เลย > http://fivestar-class.com/vdo/ลงทุนกับมืออาชีพ-ช่วยดั/

สนใจทำธุรกิจห้าดาว ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.fivestar.in.th และสอบถามรายละเอียดโทร 02-800-8000 หรือแอดไลน์ @FiveStarClass