fbpx
Home » กลยุทธ์ธุรกิจ » “การปั้นธุรกิจ ติดลมบน” โดยคุณภาววิทย์ กลิ่นประทุม

“การปั้นธุรกิจ ติดลมบน” โดยคุณภาววิทย์ กลิ่นประทุม


ชื่อนี้โหดมาก “ปั้นธุรกิจ ติดลมบน” เพราะ เดี๋ยวนี้การปั้นธุรกิจยากมาก แต่บอกตรงๆนะ ยุคนี้มันเป็นยุค Information Age ที่คนตัวเล็กได้เปรียบคนตัวใหญ่

แกนของการทำธุรกิจเปลี่ยนไปดังนี้

1. ‘วันนี้ปลาใหญ่ไม่ได้กินปลาเล็ก’ เพราะ Online มันเปิดช่องให้ปลาเล็ก ฆ่าปลาใหญ่ ถ้าคุณเคยได้ยินมือถือ Xiaomi คุณจะทึ่งว่า บริษัทมือถือที่ก่อตั้งมายังไม่ถึง 5 ปี สามารถทำยอดขายแซง Samsung และ Apples ได้อย่างไร คิดง่ายๆ การโปรโมชั่น แต่ละครั้งของ Xiaomi สามารถขายมือถือ 100,000 เครื่อง ได้ในเวลา 2 นาที เอาซิ คุณลองคิดซิ ว่าถ้าจะให้ บริษัทมือถือยักษ์ใหญ่ของไทย ขายมือถือ 100,000 เครื่องพร้อมกัน จะขายยังไง ขายผ่าน 7-11 ยังไม่ได้เลย นี่คือพลังของโลกยุคใหม่ คิดซิครับ ว่าใช้เครื่องมืออะไร ?

2. ‘ลูกค้าคือ พนักงานขายที่ทรงพลัง’ วันนี้บริษัทระดับโลก อย่าง Apples หรือ Xiaomi เขามีลูกค้าช่วยขายสินค้า ช่วยบอกต่อ และการบอกต่อของลูกค้า นี่แหละ ทรงพลังกว่าการโฆษณา ถามจริงๆองค์กรยักษ์ใหญ่ เดี๋ยวนี้ ทำสินค้า จนคนใช้แล้วอยากจะปาทิ้ง หรือ ใช้แล้วอยากบอกต่อ ใช่!! สินค้า Brand ใหญ่ หลายๆอันที่เราซื้อเพราะไม่มีทางเลือก แต่สินค้ามันห่วยจนเราเซ็งเรื่อยมา แต่สินค้าของ Apples มันดี จนลูกค้าอยากบอกต่อ สินค้าของ Xiaomi ทั้งดีและถูก จนลูกค้าแนะนำเพื่อนต่อ มี Blogger จำนวนมากที่เขียนเชียร์สินค้าของ Xiaomi โดยที่บริษัทไม่ได้จ่ายอะไรเลย “คุณว่าเขาทำได้อย่างไร”

3. ‘ตัดพ่อค้าคนกลาง แล้วคืนส่วนลดให้ลูกค้า’ ยุค Industrial Age เรามีช่องทางการจัดจำหน่าย ที่กินกำไรเกินครึ่งจากสินค้าทุกชิ้นที่ขายให้ลูกค้า ถามหน่อย ถ้ามีบริษัทไหนที่กล้าตัดตัวกลาง แล้วขายสินค้าตรงให้ลูกค้า แล้วก็เอาส่วนที่ลูกค้าเคยจ่ายให้คนกลาง คืนให้กับลูกค้า จะทำให้ลูกค้าพอใจขนาดไหน นี่แหละครับ กลยุทธ์ของ Start-Up รุ่นใหม่ ที่พยายามคืนกำไรให้ลูกค้ามากที่สุด!!

4. ‘ตัดองค์กรให้เหลือแต่คนที่จำเป็น และจ่ายเงินให้ลูกน้องที่จำเป็นแพงที่สุด’ หลักการนี้ ใช้กับ Low Cost Airline ที่ใช้คนเฉพาะที่จำเป็น ทำให้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกลง แถมสามารถจ่ายเงินให้พนักงานได้ไม่น้อย หน้าองค์กรใหญ่ๆ “มันเหมือนธุรกิจที่วางอยู่คนละ DNA องค์กรใหญ่ๆ จะมาสู้ในเกมนี้อย่างไร” ยากครับ!!

5. ‘สร้างเกมการแข่งขันของตัวเอง’ เดี๋ยวนี้หลายคนคิดว่า การทำธุรกิจคือการแข่งขัน นั่นมันเกมของผู้ตาม แต่ผู้นำยุคใหม่ เขาสร้างตลาดขึ้นมาใหม่ สร้างลูกค้าขึ้นมาใหม่ ยกตัวอย่าง วันนี้การเริ่มธุรกิจวันนี้สามารถทำได้โดยแค่มีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว และเริ่มจาก Facebook หรือ Social Media เริ่มจากการหาตลาด หาเรื่องที่ลูกค้าสนใจ สร้างลูกค้าก่อนออกแบบสินค้า จากนั้นเมื่อเห็นว่ามีฐานลูกค้าเพียงพอ ก็ค่อยออกแบบสินค้าให้ตรงกับฐานลูกค้า จะเห็นได้ว่าวิธีคิดในการทำธุรกิจยุคนี้ เริ่มด้วยต้นทุนที่ต่ำมากๆ ความเสี่ยงก็ต่ำ อาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เดี๋ยวนี้ไม่ต้องทำ Market Research เพราะเราสามารถใช้ Social Media วัดความต้องการของคนได้เลย นี่แหละ เครื่องมือทำ Market Research ที่องค์กรใหญ่ ใช้กันไม่เป็น …คุณดูซิ เดี๋ยวนี้องค์กรใหญ่ๆ ยังเริ่มคิดจากสร้างสินค้า แล้วค่อยมาคิดหาวิธีขายโคตรตกยุค ยุคนี้ต้องมีลูกค้าก่อนแล้วค่อยไปคิดสินค้า (สินค้าสร้างง่ายจะตาย คุณจ้างใครผลิตก็ได้ อย่าง Alibaba.com มีคนพร้อมผลิตสินค้าให้คุณในราคาถูกเต็มไปหมด อย่างแรก หาลูกค้าครับ!!)

6. ‘ทิ้งงบโฆษณาซะ แล้วคืนตรงนั้นให้ลูกค้า’ การโฆษณามันเหมาะกับยุค Industrial Age ที่ผลิตสินค้าห่วยๆ แล้วหวังให้โฆษณาช่วยกระตุ้นให้คนซื้อ แต่ยุคนี้ไม่มีใครดูโฆษณา มันต้องกลับมาดูเรื่องสินค้าใหม่ คุณต้องสร้างสินค้าที่โดนใจลูกค้า  ถ้าลูกค้าจับสินค้าคุณแล้วร้องว่า “รู้อย่างงี้ ใช้นานแล้ว” แบบนี้ไม่ต้องโฆษณา เพราะ ลูกค้าเขาจะโฆษณาต่อให้คุณเอง คนที่เก่งเรื่องนี้มากๆ คือ Steve Jobs เขามุ่งพัฒนาสินค้าให้ดีที่สุดในโลก ลูกค้าไม่ต้องเลือก เพราะสินค้าที่ผมผลิตให้คุณมันดีที่สุดแล้ว!!

7. ‘ถ้าจะให้ของแถม มันต้องสุดยอด’ คุณเบื่อไหม กับของแถมห่วยๆ ขององค์กรใหญ่ๆ ที่เราได้รับแล้วก็รู้สึกว่า นี่มันของแจกฟรีห่วยๆองค์กรใหญ่ๆ ทุกวันนี้ มีงบในการทำ Promotion เยอะมาก แต่สังเกตไหมว่าไม่มีใครเคยได้ยินเลยว่า เขาทำอะไร คือ ทำแล้วแป๊กว่างั้น แต่คุณสังเกตไหม อย่างคุณตัน เขามีงบ Promotion น้อยกว่าบริษัทใหญ่ๆ แต่เขาทำได้ดัง เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะ Promotion เขาโดนใจไง !! ถ้าคุณแจกโดนใจ ลูกค้าจะเอาไปพูดต่อ จ่าย 10 บาท ได้ 100 บาท ไม่แปลกที่ราชา Promotion อย่างคุณตัน ถึงทำอะไรก็ดัง ทำอะไรก็รวย เพราะ มันโดนครับ !!

8. ‘เขียนกฏธุรกิจของคุณใหม่’ เรื่องนี้ต้องไปถาม อาจารย์เฉลิมชัยว่า เขาสร้างวัดร่องขุ่น อย่างไรให้ดังไปทั่วโลก โดยไม่ใช้งบโฆษณาสักบาท ทุกคนที่ไป เอาไปพูด สื่อวิ่งไปทำข่าว นักท่องเที่ยวต้องไปเที่ยว เพราะ ขนาดห้องส้วมยังทำจากทอง ถ้าคุณเทียบวัดร่องขุ่น กับ วัดทั่วไป จะเห็นว่า วัดร่องขุ่น ไม่ได้มีอะไรที่เหมือนวัดเลย อาจารย์เฉลิมชัย ไม่สามารถใช้ช่างปกติได้ เพราะ เทคนิคการทำวัดร่องขุ่น ใช้ปูนติดกระจก และสีขาว ซึ่งแกคิดค้นเอง คนแรกของโลก ดังนั้น ช่างที่มาสร้างต้องเป็นลูกศิษย์ที่แกปั้นขึ้นมาเอง นี่แหละ เหตุผลที่อาจารย์เฉลิมชัยกลายเป็นศิลปินระดับโลก ที่ภาพเขียนของแกราคาเป็น 10 ล้าน เพราะการเข้าใจกฏสำคัญของยุค Information Age คือ “กฏยิ่งให้ ยิ่งได้” สร้างประโยชน์ให้คนรอบข้างเท่าไหร่ ความรวยจะพุ่งเข้าหาคนสร้างเป็นเท่าทวีคูณ สุดๆ แล้วยุคนี้ !! (คนดี คนใจกว้าง ยุคนี้น่ะรวย โคตรแจ๋ว)

9. ‘ไม่มีที่ยืนให้คนธรรมดา’ คนธรรมดาในยุคนี้ คือ คนที่ทำเหมือนคนอื่น แต่หวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง คุณดูประเทศไทย เราเรียนตำราฝรั่งทั้งหมด เพื่อที่เราจะทำตามฝรั่ง แต่ถามจริงๆ เถอะ ที่ประเทศไทยติดอันดับน่าเที่ยวของโลก เพราะ คนยุคนี้เหรอ ไม่ใช่ครับ!! ที่ประเทศเราใครๆ ก็อยากมาเที่ยว เพราะ เขาอยากมาดูสิ่งที่คนไทยยุคโบราณสร้างเอาไว้ ในอดีตคนไทยมีความคิดสร้างสรรค์ และ มีจุดยืนเป็นของตัวเอง เรามีอาหารไทยสุดยอด , เรามีชุดไทยที่ไม่เหมือนใครในโลก, เรามีศิลปะ วัฒนธรรม ที่ไม่เหมือนใครในโลก, เรามีรำไทย, เรามีมวยไทย จะบอกว่าในอดีตคนไทยมี Identity มีตัวตน มีจุดยืน ซึ่งคนเดี๋ยวนี้ไม่มีเลย เดี๋ยวนี้ เราไปเรียนตามฝรั่ง แล้วถามหน่อยว่า ทำตามฝรั่งแล้วจะเจริญกว่าฝรั่งได้อย่างไร เรากำลังกินบุญเก่าอยู่ครับ โชคดีที่คนรุ่นก่อน สร้างเอาไว้ ถ้าคนไทยยังไม่สร้าง Identity เราจะเสียเอกราชอย่างแท้จริง น่าเศร้า !!

10. ‘คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก’ วันนี้ผมว่า เราต้องมาเขียนวิธีการทำธุรกิจแบบคนไทย ใหม่ทั้งหมด องค์ความรู้ที่มาจากคนไทยจริงๆ สินค้าเราต้องคิดอย่างไร การตั้งราคา เราต้องตั้งอย่างไร การขายต้องเป็นแบบไหน และ การสื่อสารสินค้าเราต้องทำอย่างไร ทิ้งไปเถอะครับ “ท่องจำตำราฝรั่ง แล้วทำตาม”

ข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/pawawitstockcomment