fbpx
Home » กลยุทธ์ธุรกิจ » การสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร

การสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร


คำว่า “นวัตกรรม” (Innovation) ฟังดูเป็นคำที่ดูดี ดูเลิศหรูอลังการ และดูอะไรที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับบางคน อันที่จริงแล้วความคิดแบบนี้ถูกครึ่งหนึ่ง คือ นวัตกรรมเป็นอะไรที่เลิศหรูจริง แต่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างที่หลาย ๆ คนคิด นวัตกรรมไม่ใช่เรื่องของวัตถุหรือสิ่งประดิษฐ์เท่านั้น แต่นวัตกรรมยังเป็นเรื่องของวิธีการและกระบวนการในการทำสิ่งต่างๆ ด้วย อย่างเช่นการจัดองค์กร เป็นต้น แนวคิดในการพัฒนาและสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร สามารถที่จะเกิดขึ้นจริงได้และเป็นไปได้ ในครั้งนี้เราจะมาเรียนรู้แนวคิดในการพัฒนาองค์สู่นวัตกรรม ซึ่งหลักการเหล่านี้เกิดขึ้นการศึกษาจากองค์กรที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้และนำไปเป็นแม่แบบในการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นกับองค์กรของคุณได้สิ่งที่สำคัญที่องค์กรธุรกิจจะต้องจัดการก่อนที่จะดำเนินการสร้างนวัตกรรมองค์การนั้น องค์กรธุรกิจจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องดังต่อไปนี้

1. ต้องเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมทางธุรกิจ คุณต้องเรียนรู้คู่แข่ง ทั้งสถานการณ์ แนวคิด เทคนิคการดำเนินงาน และเทคโนโลยีต่างๆ มองสถานการณ์บ้านเมือง มองสถานการณ์โลก ดูกระแสสังคมว่าจะเดินไปในทิศทางใด พยามเรียนรู้และทำความเข้าใจปัจจัยภายนอกเหล่านี้

2. ต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมภายในองค์กรธุรกิจ ว่ามีความพร้อมในการที่จะสร้างนวัตกรรมองค์กรหรือไม่ คือดูปัจจัยภายนอกแล้วก็ต้องมาดูปัจจัยภายในด้วย มองดูว่าเงินทุนของคุณมีอยู่แค่ไหน และบุคลากรของคุณเป็นเช่นไร

ถ้าคุณพิจารณาแล้วว่าทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในเอื้อต่อการดำเนินการสร้างนวัตกรรมในองค์กร จากนั้นคุณก็ต้องเริ่มสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายในองค์กรธุรกิจของคุณ ตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงพนักงานระดับปฏิบัติการทั่วไป เพราะปัจจัยสำคัญที่สร้างนวัตกรรมในองค์กรให้เกิดขึ้นได้ ก็คือ ทรัพยากรบุคคล ความรู้ ความชำนาญ ทักษะความสามารถ และ ประสบการณ์ของทรัพยากรมนุษย์นี่เอง ซึ่งทรัพยากรมนุษย์เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างประสิทธิภาพ(Efficiency) ของการทำงานและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ดังนั้น การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์จึงเสมือนเคล็ดลับที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นจริงกับองค์กรได้นั่นเอง

การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกองค์กรไม่ควรมองข้าม ผู้บริหารระดับสูงต้องพยายามปรับทัศนคติตนเองในเรื่องของความเปลี่ยนแปลง คือต้องสนับสนุนและยอมรับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ และพยายามไม่เข้าไปขัดขวางการเปลี่ยนแปลง ต้องสร้างบรรยากาศในองค์กรให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่แปลกใหม่ที่ชวนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การเปิดโอกาสให้ทุกคนในองค์กรได้คิดสร้างสรรค์และนำเสนอแนวความคิดได้อย่างอิสระ ให้ทุกคนกล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ กล้าริเริ่ม กล้าที่จะเสี่ยงนำเอาแนวความคิดดีๆไปพัฒนา

ซึ่งจะทำให้พวกเขากล้าที่จะเรียนรู้เพิ่มขึ้นด้วย เพราะการเดินไปข้างหน้าด้วยความคิดของพวกเขาเองก็มีโอกาสที่จะผิดและจะถูกได้ทั้งสองทาง ซึ่งจะทำให้เขาได้เรียนรู้จนเกิดประสบการณ์ใหม่ๆรวมทั้งการใช้รางวัลเป็นตัวกระตุ้นให้บุคลากรขององค์กรได้คิดสร้างสรรค์งาน สภาพแวดล้อมที่มีบรรยากาศสบายๆดูผ่อนคลายไม่เคร่งเครียด ไม่จำกัดกรอบความคิด ก็มีส่วนช่วยให้เกิดแนวความคิดใหม่ๆ

เมื่อปัจจัยจากผู้บริหารองค์กรเอื้อต่อความกล้าของพนักงาน จะทำให้เขากล้าจะเรียนรู้ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ซึ่งตรงจุดนี้คนเป็นผู้บริหารก็ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าทำอย่างไรที่จะให้พวกเขาได้เรียนรู้โดยไม่ส่งผลในแง่ลบกับบริษัทตามมาภายหลัง ซึ่งถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณก็ต้องมีแผนรับมือในเรื่องนี้เอาไว้ด้วย เมื่อคุณเปิดใจให้พวกเขาได้เรียนรู้ พวกเขาก็จะได้ประสบการณ์ใหม่ๆเข้ามาในชีวิตและนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ เหล่านี้ให้กับลูกค้า ซึ่งตรงจุดนี้นี่เองที่จะนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงองค์กรของคุณ บางทีองค์กรของคุณอาจจะมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเลยก็ได้ ซึ่งตรงจุดนี้ไม่ได้เป็นหลักการเท่านั้น ยังเป็นสิ่งที่องค์กรใหญ่ได้นำไปใช้จนเห็นผลมาแล้วด้วย เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่า

บริษัท ซัมซุง จับความต้องการและความรู้สึกของลูกค้าได้ตอบโจทย์โดนใจ เพราะเปิดโอกาสให้คนในองค์กรได้ทดลองใช้อุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นมา และกล้าที่จะให้คนในองค์กรได้วิพากษ์วิจารณ์อุปกรณ์ของตนเอง จากประสบการณ์ตรงที่ได้ทดลองใช้เอง จึงทำให้เกิดความคิดและไอเดียมากมายที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วโลกได้ ดีไซน์เฉียบเข้าใจอารมณ์ร่วม บริษัท ซัมซุง จึงขยับระดับตนเองจากแบรนด์ทั่วไป ไปเป็นผู้นำแบรนด์ชั้นนำที่ผลิตสินค้าใหม่ๆสู่ตลาดโลก

STARBUCKS ก็เป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างนวัตกรรม ผู้บริหารกล้าที่จะรับฟังพนักงานที่บอกถึงความต้องการของตนเองในเวลานั่งจิบกาแฟ นอกจากกาแฟจะต้องรสชาติดีแล้ว บรรยากาศในการนั่งจิบก็ต้องเยี่ยมด้วยจากจุดนั้นเองจึงเกิดระบบการบริหารธุรกิจกาแฟให้เข้ากับชีวิตประจำวัน เฝ้าดูลูกค้าสานสัมพันธ์กับลูกค้า และฟังเสียงที่พวกเขาบอกว่า พวกเขาต้องการอะไร โดยใช้แบรนด์ STABUCK ในการสร้างนวัตกรรมการบริการและผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าอยากสัมผัส นั่นคือความสุขที่ลูกค้าต้องการ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ลูกค้ายอมจ่ายมากกว่าถึง 3 เท่า เพื่อแลกกับความสุข จนกลายมาเป็นค่านิยมในการดื่มกาแฟกันจนถึงทุกวันนี้

Google search engine ยักษ์ใหญ่ที่ใครๆก็รู้จัก อีกหนึ่งองค์กรที่ผู้บริหารกล้าที่จะเปิดรับอะไรใหม่จากพนักงานรวมถึงลูกค้า เพราะ Google มองว่าพนักงานก็เหมือนลูกค้า สิ่งที่พนักงานต้องการก็คือสิ่งที่ ทุกคนทั่วก็ต้องการเช่นกัน เราจึงเห็นความฉลาดของ search engine อย่าง Google ซึ่งค้นหาอะไรก็เจอ และเรายังจะเห็นได้จาก Google มีการพัฒนาไปสู่ Application ซึ่งแม้ว่าจะมีหลายคนไม่ชอบและไม่ต้องการสิ่งที่ Google พยายามนำเสนอก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ของ Google

บริษัท TOYOTA นี้ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่กล้าจะเปิดใจรับฟังอะไรใหม่ ๆ จากทุกด้าน สิ่งหนึ่งที่พนักงาน TOYOTA ทุกคนถูกปลูกฝังไว้ก็คือ คุณภาพ ซึ่งการปลูกฝังแบบนี้สามารถทำให้เกิดทิศทางการทำงานไปได้ 2 ทางทันทีนั่นคือ การติดอยู่ในกรอบเดิมๆ ยึดถือคุณภาพและมาตรฐานแบบเดิมๆ ซึ่งทาง TOYOTA เองก็เคยประสบปัญหาตรงจุดนี้ มาแล้วหลายครั้งหลายหน เรียกได้ว่า เป็นช่วงที่ล้มเหลวของการบริหาร เพราะส่วนแบ่งรถยนต์ TOYOTA ไปไม่ถึงเป้าและอีกทางก็คือ การคิดนอกกรอบ ระดมความคิดจากหลายๆ ทางมาปรับปรุงจุดที่ตนเองพลาด ซึ่งทางผู้บริหารของ TOYOTA เลือกที่จะเดินนอกกรอบ รู้จักมองสถานการณ์และปรับตนเอง รวมถึงปรับองค์กรให้ตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกให้ทัน ทางผู้บริหาร TOYOTA พยายาม รับข้อมูลจากทุกด้านมาปรับปรุงสินค้าของตนเองจนเกิดนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด

เมื่อบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างต่อเนื่องแล้ว คุณอย่าลืมสร้างแรงจูงใจและแรงกระตุ้นให้ทุกคนในองค์กร พยายามคิดและพยายามทำด้วย สิ่งสำคัญก็คงต้องเริ่มจากวิธีการทำงานของคุณ ซึ่งคุณอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานบ้าง เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศและความรู้สึกใหม่ๆ ในการทำงาน คุณต้องมีความเข้าใจในหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละส่วน มีความเข้าใจในกระบวนการทั้งหมดว่าดำเนินไปอย่างไร และใครอยู่ในขั้นตอนไหนต้องทำอะไร ส่งเสริมให้มีการคิดและทำเพื่อสิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอ จนกระทั่งเกิดเป็นวิธีการใหม่หรือสิ่งใหม่ที่ทำให้องค์กรดีกว่าเดิม

ซึ่งเพียงเท่านี้ก็เป็นการกระตุ้นการทำงานของทุกคนในองค์กรไปด้วยเช่นกัน และที่สำคัญอย่ามองข้ามคนที่มีความสามารถ ต้องสรรหาคนที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงาน ส่วนคนที่มีอยู่ต้องสร้างทักษะใหม่ให้พวกเขาและต้องรักษาพวกเขาเอาไว้ และพยายามผสานเชื่อมโยงคนใหม่และคนเก่าให้สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมให้ได้ กำหนดเป้าหมายและกระตุ้นให้แต่ละคนเกิดความมุ่งมั่นที่จะทำงานในส่วนของตนให้สอดคล้องประสานกับคนอื่นๆ เพื่อเป้าหมายเดียวกัน ปลูกฝังบุคลิกความเป็นผู้นำและผู้ตามให้เกิดขึ้นในทีม และอย่าลืมที่จะปลูกฝังบุคลิกของนักทดลองค้นคว้าให้กับทีมงานที่สร้างขึ้นมาด้วย เพราะถ้าเมื่อไหร่ทีมมีคุณสมบัติเหล่านี้ นวัตกรรมใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้นกับองค์กรอย่างแน่นอน

ดังนั้นถ้าต้องการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร ทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นสิ่งแรกที่จะต้องคำนึงถึงเป็นสิ่งที่ขาดเสียมิได้ และต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้บริหาร พร้อมกันนั้นการใช้การบริหารการจัดการทรัพยากรมนุษย์ต้องทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ ก่อให้เกิดเป็นกระบวนการที่เป็นรูปธรรมที่สามารถจับต้องและนำมาปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายหรือนโยบายที่ได้วางไว้ได้