fbpx
Home » เริ่มต้นทําธุรกิจ » ก้าวแรกของการเริ่มต้นธุรกิจ ไปทางไหนไม่ให้หลงทาง?

ก้าวแรกของการเริ่มต้นธุรกิจ ไปทางไหนไม่ให้หลงทาง?


ทุกการเริ่มต้นล้วนแล้วแต่มีอุปสรรครวมไปถึงการเริ่มต้นธุรกิจ SMEs ซึ่งทุกกิจการล้วนแล้วแต่ต้องการให้ธุรกิจของตนเป็น Startup ที่ถือได้ว่าเป็นเรื่องยอดนิยมสำหรับการเริ่มทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน แต่หลายๆ ธุรกิจต้องจบลงด้วยการปิดกิจการของตัวเอง เพราะต้องพบกับคำว่าล้มเหลว จากการที่ไม่ได้ศึกษาการทำธุรกิจอย่างถ่องแท้ทำไปตามกระแสหรือทำไปแบบไม่ได้มีการวางแผนแต่ชัยชนะใดที่ได้มาด้วยความยากลำบากมักจะเป็นชัยชนะที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจแน่นอนว่ามีธุรกิจเพียงไม่กี่ธุรกิจที่ได้รับชัยชนะนั้นมาครอง ซึ่งทุกคนสามารถมีโอกาสที่จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ SMEs หรือ Startup ของทุกคนได้เพียงแต่ต้องได้รับคำแนะนำและแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องนั่นเอง

ธุรกิจจะเกิดขึ้นได้ดีก็ต่อเมื่อเกิด Demand และ Supply ที่สอดคล้องกันพอดีถ้าเราจะทำธุรกิจอะไร จำหน่ายสินค้าอะไรหรือขายบริการอะไรก็ตาม เราต้องรู้จักสินค้าหรือบริการที่เราจะทำธุรกิจนั้นอย่างทะลุปรุโปร่งในทุกแง่ ทุกมุม รู้ถึงจุดดี จุดด้อย เรียกได้ว่าต้องวิเคราะห์กันให้ถึงแก่นแท้เพื่อที่เราจะได้อุดรอยรั่ว เสริมคานให้แน่นหาจุดขายที่ชัดเจน กลุ่มเป้าหมายคือใครต้องชัดเจน สถานที่ในการจัดจำหน่าย ต้องเป็นที่ไหน แบบไหน อย่างไร การตั้งราคาที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย การวางแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่พร้อมจะสู้คู่แข่งได้อย่างไม่อายใคร

จะขายสินค้าหรือบริการอะไร? การคิดค้นสินค้าหรือบริการขึ้นมาหนึ่งอย่าง จุดเริ่มต้นที่ควรจะคำนึงถึงนั่นคือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา สิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการทางกายและทางจิตใจของเราได้ อาจจะเป็นสิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้อื่นได้เช่นกัน จนสามารถนำมาสร้างมูลค่าให้กับตนเองได้ สิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของเราได้จะแบ่งออกง่ายๆ 2 อย่าง คือ ปัญหาที่เจอกับสิ่งที่ชื่นชอบ สิ่งที่สามารถตอบโจทย์ของปัญหาที่เราเจอในชีวิตประจำวันได้และยังไม่สามารถมีใครสร้างได้เราจงเป็นคำตอบแรกนั้น และทดลองจินตนาการภาพจากสิ่งที่ชอบและสามารถทำให้กลายเป็นธุรกิจกลายเป็นงานได้จะมีความสุขมากขนาดไหน การทำงานทีแสนน่าเบื่อหน่าย กลับกลายเป็นความสุขจากชีวิตประจำวัน หากลองค้นหาข้อมูลเชิงลึกของสิ่งที่ชื่นชอบดูแล้ว อาจจะทำให้เกิดช่องว่างที่สามารถสร้างรายได้ให้เกิดได้

จะขายสินค้าหรือบริการให้ใคร? เมื่อเราได้สินค้าออกมาแล้ว ปัญหาต่อไปคือใครจะต้องการสินค้าต่างๆเหล่านั้นบ้างการจะผลิตสินค้าหรือบริการหนึ่งๆออกสู่ตลาดตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว หากไม่คำนึงถึงปริมาณความต้องการ ย่อมทำให้เกิดสินค้าล้นตลาดและต้องประสบกับความล้มเหลวในที่สุด ดังนั้นควรสำรวจปริมาณความต้องการของตลาดก่อน รวมทั้งการสำรวจตลาดในเชิงของสินค้าที่มีคุณสมบัติเหมือนกัน ซึ่งนั่นอาจจะเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาสินค้าของตนเองอีกด้วย

จะผลิตสินค้าหรือบริการนั้นอย่างไร? เป้าหมายที่สำคัญของทุกธุรกิจคือกำไร กำไรเกิดจากรายรับทั้งหมดของการขายสินค้าและบริการหักออกด้วยต้นทุนในการผลิตสินค้าและบริการ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือการทำให้ต้นทุนในการผลิตสินค้าและบริการมีน้อยที่สุดและประเด็นต่อมาคือการทำให้ต้นทุนน้อยที่สุดทำได้อย่างไร คำตอบของปัญหานี้คือการนำทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวนำมาทำให้เกิดประโยชน์ที่สุดจากความชื่นชอบจากประเด็นข้างต้นนั่นเอง

ขั้นสองคือทุน นอกจากจะรู้ถึงสินค้าและธุรกิจของตนเองแล้ว ทุนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเริ่มต้นธุรกิจในที่นี้จะแบ่งทุนออกเป็น 2 ประเภทนั้นคือทุนทางสินทรัพย์และทุนมนุษย์ในส่วนของทุนทางทรัพย์สินนั้น เป็นสิ่งของนอกกายที่สามารถหาได้จากหลากหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น การกู้ การยืม ซึ่งทุนทางทรัพย์สินจะรวมไปถึงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามบทความข้างต้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการหามาซึ่งทุนนั้นคือ การบริหารจัดทุนนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ เงินทุกบาททุกสตางค์ล้วนมีค่ามากมายมหาศาลต่อธุรกิจ ดังนั้นการใช้จ่ายไปซึ่งเงินนั้นล้วนต้องคิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบ ผลตอบแทนที่ได้มาจากเงินนั้นจะต้องคุ้มค่าและสามารถใช้ประโยชน์ต่อธุรกิจให้ได้มากที่สุด

ทุนมนุษย์ จะบ่งบอกถึงคุณภาพของคน ทักษะ ความรู้ สิ่งต่างๆที่ต้องใช้ในการบริหารธุรกิจ แบ่งออกเป็นทุนมนุษย์ในด้านคนกับทุนมนุษย์ในด้านงาน มักจะมีคำกล่าวอยู่เสมอว่าทำงานกับคนยิ่งมากคนยิ่งมากความ แม้จะไม่ได้ทำงานในเชิงธุรกิจการทำงานร่วมกับผู้อื่นนั้นมีความยากอยู่แล้ว แต่หากต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นในทางธุรกิจแล้วย่อมมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน นอกจากจะต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นในเชิงของธุรกิจภายในแล้ว การทำธุรกิจนั้นจะต้องทำงานร่วมกับคนภายนอกอีกมากมายเช่น ลูกค้า หุ้นส่วน แม้กระทั่งประชาชนภายนอก ดังนั้นการทำงานร่วมกับคนจะต้องเป็นทักษะทุนมนุษย์ที่ต้องมีก่อนการจะเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างจริงจัง จึงจะทำให้ธุรกิจมีผลออกมาอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่น่าพึงพอใจกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

ขั้นสามภูมิคุ้มกัน ทุกธุรกิจล้วนมีอุปสรรคขวางกั้นมากมาย ดังนั้นหากต้องการเริ่มต้นธุรกิจแล้ว ภูมิคุ้มกันเมื่อเกิดปัญหานั้นย่อมมีความสำคัญมากไม่มีใครสำเร็จได้ด้วยการเดินก้าวแรก การล้มเหลวของธุรกิจไม่ใช่จุดจบเสมอไป นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นให้ธุรกิจของเราก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง

ก้าวแรกของการเริ่มต้นธุรกิจไปทางไหนไม่ให้หลงทางจะประกอบไปด้วย การเริ่มต้นในการหาสินค้าและบริการที่เป็นสื่อกลางของธุรกิจจะประกอบไปด้วยการตอบคำถาม 3ข้อ ได้แก่ จะผลิตสินค้าและบริการอะไร จะผลิตสินค้าและบริการนั้นอย่างไร และการจะผลิตสินค้าและบริการนั้นเพื่อใคร ทุนที่จะต้องมีทั้งทุนมนุษย์ที่เป็นทักษะในตนเองและทุนทางสินทรัพย์ และสุดท้าย ภูมิคุ้มกันที่จะสร้างธุรกิจของเราให้แข็งแกร่งและเติบโตขึ้นเป็นธุรกิจอย่างยั่งยืน ทุกการก้าวเดินจะเป็นก้าวที่ดีได้ต้องทำให้ทุกส่วนสามัคคีและแข็งแรงไปพร้อมกันก่อน เหมือนกับการเริ่มต้นธุรกิจหากองค์ประกอบของการเริ่มต้นไม่ดี การเริ่มต้นของธุรกิจนั้นก็ไม่สามารถลุล่วงผ่านไปได้ เพราะฉะนั้นหากการเริ่มต้นธุรกิจมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ขั้นตอนแล้ว พร้อมด้วยกำลังใจและความตั่งใจที่เต็มเปี่ยมย่อมทำให้ธุรกิจนั้นกลายเป็นธุรกิจที่ดีอย่างแน่นอน