ขายปลาร้า “ดอกมันปลา” จับปลาร้ามาอัดก้อน โฉมใหม่ ลุยตลาดเอสเอ็มอี
ขายปลาร้า “ดอกมันปลา” จับปลาร้ามาอัดก้อน โฉมใหม่ ลุยตลาดเอสเอ็มอี

ขายปลาร้า “ดอกมันปลา” จับปลาร้ามาอัดก้อน โฉมใหม่ ลุยตลาดเอสเอ็มอี

ขายปลาร้า “ดอกมันปลา” จับปลาร้ามาอัดก้อน โฉมใหม่ ลุยตลาดเอสเอ็มอี

ขายปลาร้า “ดอกมันปลา” จับปลาร้ามาอัดก้อน โฉมใหม่ ลุยตลาดเอสเอ็มอี

อาหารไทยขึ้นชื่อว่าอร่อยไม่เป็นรองใครในโลก ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านสามารถสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสานบ้านเฮา เมนูยอดฮิตที่ไม่มีใครไม่รู้จักคือ “ปลาร้ารสแซ่บ” ซึ่งเป็นเมนูที่มีทั้งคนชอบมากและไม่ชอบเลย เนื่องจากปลาร้าเป็นอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง และมีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยสะอาดนัก เพื่อเป็นการลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดี “อ.สิทธเดช หมอกมีชัย และ อ.ศศิกาญจน์ หมอกมีชัย” อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ได้คิดค้นปลาร้าแบบอัดก้อนขึ้น

ปลาร้าอัดก้อนนี้ขายภายใต้แบรนด์ชื่อ “ดอกมันปลา” โดยมุ่งหวังจะผลักดันให้ก้าวสู่ของฝากเด่นประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ไอเดียนี้เกิดจาก อ.ศศิกาญจน์พบว่าปลาร้าที่ขายตามท้องตลาดมีลักษณะเป็นแบบน้ำ ซึ่งทำให้ยากต่อการขนส่งและการเก็บรักษา กระบวนการผลิตเพื่อขายปลาร้ายังเป็นกิจกรรมที่ทำในครัวเรือน จึงไม่สามารถรับรองความสะอาดได้มากนัก ภาพลักษณ์ของปลาร้าจึงถูกมองในแง่ลบเสมอ มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทานปลาร้าเพราะกลิ่นและความสะอาดปัญหานี้ทำให้ทั้งคู่มีความคิดจะทำให้ปลาร้า มีฐานการตลาดขยายกว้างมากขึ้น จากการจำหน่ายแค่เพียงในท้องถิ่นให้ก้าวสู่ตลาดระดับประเทศ และสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้

ขายปลาร้า “ดอกมันปลา” จับปลาร้ามาอัดก้อน โฉมใหม่ ลุยตลาดเอสเอ็มอี

เดิมนั้น อ.สิทธเดช มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีเครื่องจักรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงใช้ทักษะและความสามารถที่มีวิจัยและพัฒนาเครื่องอัดก้อนอาหารสำเร็จรูปซึ่งสามารถใช้อัดก้อนอาหารแปรรูปได้ทุกชนิด มาใช้กับการขายปลาร้าอัดก้อนนี้ ทางด้านอ.ศศิกาญจน์ รับหน้าที่ในการพัฒนาสูตรปลาร้าอัดก้อน โดยได้นำ “ปลานิล” มาเป็นวัตถุดิบหลัก เพราะปลานิลสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นและมีจำนวนมากเพียงพอ โดยหัวใจสำคัญของการทำปลาร้าอัดก้อนคือ ต้องใช้เฉพาะส่วน “เนื้อปลา” เท่านั้น ห้ามมีก้างปนมาเด็ดขาด เพราะจะทำให้ไม่สามารถป่นเนื้อปลาจนละเอียดได้และรสชาติจะเปลี่ยนแปลงด้วย และระยะเวลาที่ใช้ในการหมักเพียง 4-12 เดือนเท่านั้น เพราะถ้าหมักนานถึง 1-2 ปีตามปกติ จะทำให้ปลาร้าละลายเป็นน้ำจนไม่สามารถนำมาอัดเป็นก้อนได้

ขายปลาร้า “ดอกมันปลา” จับปลาร้ามาอัดก้อน โฉมใหม่ ลุยตลาดเอสเอ็มอี

โดยขั้นตอนการทำปลาร้าอัดก้อนมีดังนี้

  1. นำปลานิลไปหมัก ทิ้งไว้ประมาณ 4-12 เดือน
  2. แยกก้างปลานิลออก เอาเฉพาะส่วนเนื้อปลาเท่านั้น
  3. นำเนื้อปลาไปนึ่งร้อนให้สุกแล้วตามด้วยผัดเคี่ยวจนเนื้อปลาแห้ง
  4. เมื่อได้เนื้อปลาที่แห้งพอแล้วให้นำไปตากแดดจนแห้งสนิท
  5. ป่นเนื้อปลาที่แห้งสนิทจนกลายเป็นผงละเอียด
  6. นำผงปลาเข้าเครื่องอัดก้อน ผงปลาร้าก็จะถูกอัดบีบออกมาเป็นแท่งยาว
  7. หั่นแบ่งเป็นก้อนๆ ใส่บรรจุภัณฑ์

ขายปลาร้า “ดอกมันปลา” จับปลาร้ามาอัดก้อน โฉมใหม่ ลุยตลาดเอสเอ็มอี

สำหรับวิธีการนำไปใช้ประกอบอาหารสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำก้อนปลาร้าไปละลายในน้ำสะอาด ด้วยอัตราส่วน 1 ก้อนต่อน้ำครึ่งลิตร ในกรณีที่ต้องการความเข้มข้นให้ลดปริมาณน้ำ นับเป็นวิธีที่ง่าย ไม่ยุ่งยากเหมือนใช้ปลาร้าแบบเดิม และประโยชน์ที่ได้จากปลาร้าอัดก้อนคือ มีความสะอาดและปลอดภัย เนื่องจากไม่มีการใส่สารกันเสียใดๆเลย สามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้นานกว่าเดิมถึง 6-12 เดือน นอกจากนี้ปลาร้ายังมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูง ทั้งแคลเซียม โปรตีน ธาตุเหล็ก ฯลฯ และยังไม่มีไขมันอีกด้วย ซึ่งสามารถตอบโจทย์กลุ่มคนที่รักสุขภาพได้เป็นอย่างดี

สำหรับแผนงานในอนาคต ได้มีการนำนวัตกรรมชิ้นนี้ช่วยสร้างงานและรายได้ให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่น มุ่งหวังให้สามารถขายปลาร้าอัดก้อนได้ติดอันดับของฝากประจำจังหวัดร้อยเอ็ด โดยเริ่มตั้งแต่การส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงปลานิล ให้ชาวบ้านมีความรู้และทักษะที่ใช้ในการแปรรูปและอัดก้อน เมื่อทำผลิตภัณฑ์เสร็จแล้วสามารถนำไปขายเองได้จริง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการของบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ถ้าการขายปลาร้าอัดก้อนสำเร็จ ผู้บริโภคจะได้เห็นปลาร้ารูปแบบใหม่ที่ไม่เหม็น ดูสะอาด น่ารับประทาน และจูงใจให้คนที่ไม่เคยทานปลาร้าเลยเพราะเหตุผลข้างต้น หันมาทานปลาร้า ซึ่งเป็นการอนุรักษ์อาหารภูมิปัญญาไทยให้สืบต่อไปได้อย่างดี

ข้อมูลติดต่อขายปลาร้าอัดก้อนดอกมันปลา
เบอร์โทรศัพท์ : 0-4355-6001 ถึง 8 , 083-3577973
Facebook : สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

หมายเหตุ รูปภาพที่ใช้เป็นเพียงสื่อประกอบบทความเท่านั้น