fbpx
Home » อาชีพทําเงิน » ทุเรียนทอด “มาลีชวนชิม” ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดเจ้าแรก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี!!
ทุเรียนทอด “มาลีชวนชิม” ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดเจ้าแรก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี!!
ทุเรียนทอด “มาลีชวนชิม” ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดเจ้าแรก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี!!

ทุเรียนทอด “มาลีชวนชิม” ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดเจ้าแรก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี!!


ทุเรียนทอด “มาลีชวนชิม” ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดเจ้าแรก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี!!

ทุเรียนทอด “มาลีชวนชิม” ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดเจ้าแรก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี!!

หากใครได้ไปจันทบุรี ของฝากติดไม้ติดมืออย่าง “ทุเรียนทอด” ก็โผล่เข้ามาในห้วงความคิดเป็นอันดับแรกๆ หากไม่โผล่ขึ้นมาล่ะก็ ขอให้เดินไปตามท้องตลาด ก็จะสามารถพบเจอกับสินค้าดังกล่าวได้เช่นกัน แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะได้ออกมาเป็นทุเรียนกรอบชื่อดัง ทั้งหวาน ทั้งหอม ทั้งอร่อยนี้ ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดกรอบจะต้องฝ่าฝันกลับอุปสรรคมามากเช่นกัน

“นายพันธ์ศักดิ์ และนางมาลีขันติมงคล” เกษตรกรเจ้าของแบรนด์ทุเรียนทอดกรอบมาลีชวมชิม เล่าย้อนความเดิมชีวิตของตนไปว่า แต่ก่อนนั้นทั้งสองเป็นเกษตรกรปลูกทุเรียนในพื้นที่อำเภอขลุง จังหวัดสระบุรี มีอยู่ช่วงหนึ่งชีวิตกลับต้องประสบปัญหาราคาทุเรียนตกต่ำทำให้ทุเรียนค้างตลาด แต่ ณ ตอนนั้นคิดว่าหากทิ้งทุเรียนที่ไม่ได้เสีย ไม่ได้เน่าพวกนี้ไปคงน่าเสียดาย จึงนำมาทอดทานกันเล่นๆ ภายในครอบครัว นำไปฝากเพื่อนบ้านบ้าง พอคนเหล่านั้นได้ชิมก็ชอบใจ ตนจึงเริ่มทำวางขายในตลาดเก่า เป็นแค่ทุเรียนที่นำไปทอดแล้วใส่ถุงพลาสติกธรรมดาๆ เท่านั้น นับว่าโชคดีที่ตอนนั้นยังไม่มีใครทำทุเรียนทอดกรอบออกมาขายเลย ตนทั้งสองจึงกลายเป็นผู้บุกเบิกทุเรียนทอดกรอบเจ้าแรกประจำท้องถิ่นในสระบุรี

ทุเรียนทอด “มาลีชวนชิม” ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดเจ้าแรก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี!!

แต่กว่าจะได้สินค้าแสนอร่อยนี้มาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ลองผิดลองถูกจนรู้ว่าทุเรียนที่ใช้ต้องเป็นหมอนทองเท่านั้นและจะต้องพันธุ์เกรดเอด้วย เพราะทอดแล้วจะหอมอร่อยมากที่สุด โดยการเลือกทุเรียนนั้นจะต้องเลือกเอาลูกใหญ่ๆ เน้นลูกค่อนข้างแก่แต่ไม่ถึงกับสุกมาก หลังจากได้ทุเรียนตามต้องการแล้วก็จะนำมาเฉือนบางๆ ลงทอดในน้ำมันปาล์มประมาณ 45 นาที นำขึ้นมาพักสพเด็ดน้ำมัน ตบท้ายด้วยการปรุงรสด้วยเกลือไอโอดีนเล็กน้อย บรรจุใส่ถุงพร้อมขายได้ทันที โดยทุเรียนทอดแบรนด์ตนนั้นจะไม่ใส่วัตถุกันเสียใดๆ เลย แถมยังสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 6 เดือนอีกด้วย

หากไม่สังเกตจะไม่รู้เลยว่าทุเรียนทอดกรอบเจ้าทั่วๆ ไปมักใส่เกลือและน้ำตาลในปริมาณมาก บางเจ้าใส่สีผสมอาหารเพื่อให้สินค้าดูกรุบกรอบน่าทานมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เมื่อทางร้านเห็นดังนั้นจึงเลี่ยงที่จะไม่ใส่เพื่อให้คนซื้อได้ลิ้มลองรสชาติความหอม หวาน มัน ของทุเรียนตนอย่างแท้จริง ทั้งสองยืนยันอีกด้วยว่าแม้คนจะเกลียดทุเรียนเข้าอย่างจัง อาจจะต้องยอมลิ้มลองและกลับมาซื้ออีกเป็นแน่

ทุเรียนทอด “มาลีชวนชิม” ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดเจ้าแรก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี!!

กำลังการผลิตในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20 คน ทุเรียนที่แปรรูปออกมาได้ปริมาณเดือนละ 1500-2000 กิโลกรัม ส่วนเรื่องบรรจุภัณฑ์และขนาดนั้น ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ตามใจชอบ ช่องทางการขายก็จะอยู่ใกล้โรงเรียนเทศบาลขลุง จังหวัดสระบุรี

สินค้าในเครือมาลีชวนชิม นอกจากจะมีพระเอกอย่างทุเรียนทอดกรอบแล้ว ยังมีพระรองหลายตัวที่มีบทบาทไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็น ทอฟฟี่มังคุด ทุเรียนและมังคุดกวน ขนุนทอด น้ำพริก กุ้งแห้ง กะปิ และอีกมากมาย ซึ่งพระรองทั้งหมดนี้ ทั้งสองคิดค้นและปั้นมาเองกับมือทั้งสิ้น จนได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นด้านการผลิตสินค้าแปรปประจำจังหวัดจันทรบุรีอีกด้วย

ทุเรียนทอด “มาลีชวนชิม” ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดเจ้าแรก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี!!

ดูผ่านๆ เหมือนว่าธุรกิจเล็กๆ เช่นนี้คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่คหากมองในเชิงลึกแล้ว ก็จะมีปัญหาหลักๆ อยู่ 2 อย่างคือ ปัจจุบันมีร้านขายทุเรียนทอดผุดโผล่กันออกมาเยอะแยะราวดอกเห็ด จนทำให้บางครั้งแทนที่ลูกค้าจะซื้อร้านเรากลับเปลี่ยนใจไปซื้อร้านอื่นแทน ซึ่งปัญหาตรงนี้ทั้งสองก็ยังหวังพึ่งลูกค้าขาประจำไว้ได้ แต่ปัญหาอีกอย่างที่หนักหน่วงกว่าก็คือ การขาดเงินทุนหมุนเวียนเพื่อซื้อทุเรียนมากักตุนไว้แปรรูป เพราะอย่างในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมนั้น ทุเรียนจะให้ผลออกมามาก แต่ทางร้านไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อกักตุนไว้นั่นเอง โดยตนจะรับซื้อทุเรียนทั้งจากในท้องถิ่นเอง จังหวัดใกล้เคียง รวมถึงจังหวัดในภาคใต้อย่างชุมพรและยะลา เป็นต้น

ทุเรียนแบรนด์มาลีชวมชิมนี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่นของตนแล้ว ยังถือเป็นการแสดงความสำนึกรักในบ้านเกิดของตนอีกด้วย เรียกได้ว่าคงเหมาะสมแล้วหากจะยกย่องทุเรียนทอดมาลีชวนชมให้เป็นของฝากประจำท้องถิ่นของจันทรบุรี

ทุเรียนทอด “มาลีชวนชิม” ผู้บุกเบิกทุเรียนทอดเจ้าแรก ขึ้นแท่นสินค้าขายดี!!

ข้อมูลติดต่อทุเรียนทอดกรอบ มาลีชวนชิม
เบอร์ : 039-441-816 หรือ 08-1806-3184