fbpx
Home » เริ่มต้นทําธุรกิจ » ธุรกิจขายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เริ่มต้นแค่หลักพัน

ธุรกิจขายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เริ่มต้นแค่หลักพัน


น่าสนใจไหมถ้าวันนี้มีธุรกิจที่ลงทุนน้อยแต่สร้างรายได้ดีแถมสุขภาพที่ดีให้อีกต่างหากมาแนะนำเชื่อว่าผู้คนยุคนี้ พ.ศ.นี้เรื่องเทรนด์รักสุขภาพคงจะเป็นเทรนด์ที่มาแรงที่สุดจนฉุดไม่อยู่ไม่ใช่แค่อาหารเท่านั่นที่ได้รับความสนใจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพก็มาแรงไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำสมุนไพร น้ำนม หรือน้ำผลไม้ก็ตาม ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับเครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพกันก่อนดีกว่า ในบรรดาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในท้องตลาดมีทั้งเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพด้านความสวยงามกับ เครื่องดื่มสุขภาพที่มาจากธรรมชาติ อย่างที่ทราบกันดีว่าเครื่องดื่มเพื่อความสวยงามนั้นมีอยู่ล้นตลาดประกอบกับคู่แข่ง ค่อนข้างเยอะที่สำคัญมีลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่เน้นไปทางหญิงสาวมากกว่าผู้ชาย แต่ในขณะเดียวกันเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ทำมาจากธรรมชาติสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ทั้งเพศหญิงและชาย เด็กผู้ใหญ่ผู้สูงอายุ เรียกได้ว่าสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้ทุกเพศทุกวัย ทุก Generation และทุกสาขาอาชีพตั้งแต่คนทำงานเดินถนนทั่วไปยันพนักงานออฟฟิศเลยทีเดียว แถมใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก คู่แข่งยังมีน้อยส่วนแบ่งในตลาดสูงและยังมีช่องว่างให้แทรกได้อีกเยอะ

เงินหลักพันก็สามารถสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองได้เพราะการลงทุนสำหรับธุรกิจนี้ไม่ต้องใช้เยอะอย่างที่คิด อุปกรณ์ที่ใช้ก็แสนจะธรรมดาหาได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไปและด้านวัตถุดิบก็เป็นที่ทราบกันแล้วว่าประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านพืชพันธุ์นานาชนิด สมุนไพรไทยก็ดี ผลไม้สดก็ดี หรือแม้กระทั่งพืชผักบางชนิดก็สามารถแปรรูปเป็นเครื่องดื่มได้อย่างเช่น น้ำนมจากถั่วเหลือง น้ำนมจากข้าวโพด ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้หาได้เกือบทุกที่ทำให้การลงทุนดูเป็นเรื่องง่าย อย่างไม่น่าเชื่อ

มาถึงเรื่องของต้นทุนของธุรกิจชนิดนี้จำแนกออกเป็นต้นทุนด้านวัตถุดิบอย่างสมุนไพรเช่น ตะไคร้ ใบ บัวบก อัญชัน น้ำมะตูม ดอกคำฝอย น้ำกระเจี้ยบ น้ำขิง น้ำผลไม้ที่นิยมทำเป็นเครื่องดื่มเช่น ส้ม มะนาว องุ่น แอปเปิ้ล สับปะรด มะม่วง ส่วนน้ำนมจากพืชนอกจากนมถั่วเหลืองและข้าวโพดแล้วยังมีน้ำนมจากเมล็ดงา น้ำนมจากข้าวไรซ์เบอรี่ น้ำนมจากข้าวกล้องงอก เป็นต้น ที่หาได้ง่ายมากตามท้องตลาดซึ่งมีอยู่แทบทุกฤดูกาลสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ลำดับต่อมาคือต้นทุนด้านส่วนผสมอื่นๆ เช่นน้ำตาล น้ำเชื่อม เกลือ และอื่นๆตามแต่ละสูตร ต้นทุนด้านอุปกรณ์ โดยแบ่ง ออกเป็นตามชนิดของเครื่องดื่มดังนี้ ต้นทุนอุปกรณ์สำหรับน้ำสมุนไพรและน้ำนมจากพืช ได้แก่ เตาแก๊ส หม้อต้มที่ปราศจากสารตะกั่ว ครก สำหรับทุบหรือตำสมุนไพรบางชนิด กระทะ ทัพพี ผ้าขาวบางสำหรับกรอง กรวยสำหรับกรอก ขวดหรือแก้วสำหรับบรรจุ และอุปกรณ์ในครัวอื่นๆ ต้นทุนอุปกรณ์สำหรับน้ำผลไม้ ได้แก่ เครื่องปั่นประสิทธิภาพสูงเพื่อการปั่นที่ยาวนาน คงทน หรือเครื่องแยกน้ำแยกกาก ที่สามารถแยกซื้อหรือซื้อเครื่องที่สามารถทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ปั่นแยกน้ำแยกกาก และทำน้ำเต้าหู้ได้ในเครื่องเดียว ราคาเริ่มต้นที่หลักพันจนถึงหลักหมื่น สามารถเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน นอกจากนี้อุปกรณ์อื่นๆ เช่น มีด เขียง โหลแก้ว ชุดภาชนะสำหรับตวง กรวยสำหรับกรอง หลอด แก้วหรือขวดสำหรับบรรจุ เป็นต้น เงินทุนหมุนเวียนภายในร้านอย่างน้อยๆต้องมีเงินทุนหมุนเวียน อย่างเช่นสำหรับหน้าร้านในตลาดนัดควรมีไม่น้อยกว่า 300 -1,500 บาท เป็นต้น

ส่วนช่องทางในการจัดจำหน่าย การขายธุรกิจน้ำดื่มเพื่อสุขภาพแบ่งออกเป็นสองแบบหลักๆคือ การขายแบบมีหน้าร้านซึ่งสามารถแยกย่อยลงไปคือ การเปิดบูธในห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หรือหน้าร้านแบบในตลาดนัด อีกแบบคือการผลิตบรรจุขวดฝากขายตามห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาเก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านกาแฟและเบเกอรี่ การแบ่งกลุ่มลูกค้าที่จะขายก็สำคัญต่อการลงทุน เพราะจะทำให้การคำนวณต้นทุนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันสอดคล้องกับรายได้ ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการขายในตลาดนัดแนวทางของร้านควรเน้นความสะอาดและราคาเครื่องดื่มย่อมเยา แพ็คเกจจิ้งจับต้องได้เน้นความสะดวก รวดเร็ว ลูกค้าสามารถเดินดื่มเพื่อดับกระหายไปช้อปปิ้งไป จึง เหมาะกับเครื่องดื่มแบบแก้วและบรรจุขวดพร้อมดื่ม เช่น น้ำสมุนไพรเย็นๆ น้ำผักผลไม้ปั่น น้ำนมข้าวโพด เป็นต้น สำหรับร้านในอาคารสำนักงานที่มีพนักงานออฟฟิศพลุกพล่าน ห้างสรรพสินค้า อาจจะเน้นไปทางเครื่องดื่มสมูทตี้ Mock tail เป็นต้น เพิ่มต้นทุนด้วยการตกแต่งร้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ราคาไม่แพงแต่ให้ความรู้สึกดูดีและแพ็คเกจต่างๆควรเลือกให้เหมาะกับลูกค้ากลุ่มนี้

และรู้ไหมว่านอกจากเครื่องดื่มที่รสชาติดีแล้ว สำหรับการนำสินค้าไปฝากขายในห้างสรรพสินค้าต่างๆนั้น เรื่องแพ็คเกจจิ้งเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เรากำลังพูดถึงการสร้างแบรนด์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสำหรับตลาดบน กลุ่มลูกค้า (HiEnd) เพราะในการเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนต่อให้เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจะอร่อยและมีประโยชน์มากแค่ไหนก็ตาม หากแพ็คเกจจิ้งไม่สวยงามน่าดึงดูดใจก็ยากที่จะสามารถเข้าไปอยู่ในชั้นวางของห้างสรรพสินค้าได้ โอกาสที่จะดึงดูดความสนใจให้ลูกค้าหัน มาพิจารณาก็คงเป็นเรื่องยาก เพราะฉะนั้นสำหรับผู้ที่มีงบประมาณลงทุนที่มากพอจึงเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งเพื่อขยายตลาดได้และที่สำคัญจะสังเกตได้ว่ายังไม่มีแบรนด์ใด ในหมวดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพครองตลาดได้อย่างชัดเจนมากนัก เพราะฉะนั้นนักลงทุนหน้าใหม่ยังสามารถเบียดเข้าไปทำตลาดสู้กันได้อย่างไม่ยากจนเกินไป

อีกช่องทางการจัดจำหน่ายที่สะดวกรวดเร็วและอำนวยความสะดวกสบายให้ลูกค้าคือการจำหน่าย การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นทางเฟสบุ๊ค อินสตาแกรมหรือแอปพลิเคชั่นไลน์ ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดการกระตุ้นยอดขายได้ ด้วยการใช้ ต้นทุนในการโฆษณาที่น้อยหากเทียบกับสื่ออื่นๆแถมยังประหยัดเวลาอีกด้วยและนอกจากนี้หากมีบริการจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าตามสถานที่ต่างๆที่ลูกค้าต้องการยังสามารถเพิ่มช่องทางการขายให้มีผลกำไรได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ลูกค้าที่รักความสะดวกสบายจะได้มีทางเลือกมากขึ้น

โอกาสในการเติบโตของธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพนั้นจากผลการสำรวจของหลายภาคส่วนทั้งมหาวิทยาลัยและการวิจัยของธนาคารที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆนี้คาดการณ์ว่าธุรกิจในหมวดสุขภาพจะมาแรงและมีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก เช่น ในจีน อเมริกา บราซิลและรวมถึงประเทศไทย ธุรกิจเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพได้รับการจัดให้เป็นธุรกิจดาวรุ่งอันดับหนึ่ง ไม่เพียงแค่ทางด้านอาหารเท่านั้นที่ได้รับกระแสความสนใจจนเกิดเป็นกระแสฮิตในหมู่คนรุ่นใหม่ เครื่องดื่มเพื่อ สุขภาพก็สามารถลุยตลาดได้ไม่น้อยหน้าด้วยเช่นกัน ยิ่งได้ขึ้นชื่อว่าเครื่องดื่มนับเป็นอะไรที่ยังไงก็ขายได้ ลงทุนน้อยแต่ได้กำไรเยอะแถมเริ่มต้นได้ง่ายไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอากาศร้อนๆของเมืองไทยเครื่องดื่มเย็นๆจึงเป็นของที่คู่กันมาช้านาน เรียกได้ว่าอากาศร้อนเมื่อไหร่นึกถึงเครื่องดื่มเย็นๆเมื่อนั้น เป็นอะไรที่ขายได้ทุกที่ทุกเวลาไม่มีตกกระแสไม่มีหลุดเทรนด์ แดดจะร้อนฝนจะตก อากาศจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ทุกคนก็ยังต้องการเครื่องดื่มกันทั้งนั้นยิ่งเป็นเครื่องดื่มที่ได้สุขภาพที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย และที่สำคัญยังมีสรรพคุณในการป้องกันและบำบัดโรคบางชนิดได้ แพงแค่ไหนคนก็ยอมจ่ายเงินซื้ออยู่ดีเพราะฉะนั้นการลงทุนในธุรกิจประเภทจึงมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

แต่อย่างไรก็ตามก่อนการลงทุนไม่ว่าในธุรกิจใดๆผู้ลงทุนควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมสม่ำเสมอในธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพก็เช่นกัน การที่จะทำให้เครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นน้ำสมุนไพร น้ำผลไม้หรือนมจากพืชต่างๆ ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการกรรมวิธีในการผลิตเพื่อคงคุณค่าทาง สารอาหารให้เครื่องดื่มมีคุณค่าทางโภชนการสูงสุด ซึ่งต้องใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต สูตรที่ดีสามารถทำให้รสชาติเครื่องดื่ม มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และคงคุณค่าทางสารอาหารไว้ครบครัน เพราะจุดเด่นสำคัญของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มาจากธรรมชาติไม่เพียงจะมีรสชาติหอมอร่อยได้คุณค่าเท่านั้นแต่ยังมีสรรพคุณที่เป็นเอกลักษณ์ตามแต่ชนิดของสมุนไพร น้ำผลไม้และนมที่ช่วยในการดื่มเพื่อบำบัดรักษาโรคได้ เช่นแก้กระหาย คลายร้อน ช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น ช่วยเจริญอาหาร บำรุงสายตา แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลม บำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่งจากภายในสู่ภายนอก และอีกสารพัดคุณประโยชน์ที่สาธยายไม่หมด ในการผลิตเครื่องดื่มประเภทนี้จึงไม่ควรมีรส หวานจัด ควรมีความหวานเพียงเล็กน้อยเพื่อลดความฝาดเฝื่อนของสมุนไพรต่างๆและคงสรรพคุณต่างๆไว้อย่างครบถ้วน ส่วนในน้ำผลไม้ก็มีน้ำตาลจากธรรมชาติอยู่แล้ว การเพิ่มน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมมากจนเกินความจำเป็นจึงไม่แนะนำ เพราะนอกจากจะทำให้ได้ประโยชน์น้อยลงแล้ว รังแต่จะเพิ่มโรค ให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาวได้มากขึ้น อีกทั้งยังก่อให้เกิดต้นทุนที่สูงขึ้นไปอีก

อีกประเด็นหนึ่งฉลากสินค้าและข้อมูลทางโภชนาการก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ในกลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพนั้นการได้รับข้อมูลทางโภชนาการในอาหารหรือเครื่องดื่มทุกชนิดอย่างถูกต้อง จะทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นว่าเครื่องดื่มที่ เลือกนั้น ให้ประโยชน์แก่ร่างกายมากน้อยแค่ไหน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าเครื่องดื่มของเรามีประโยชน์จะยิ่ง เพิ่มข้อได้เปรียบให้กับผู้ลงทุนให้มีความได้เปรียบคู่แข่ง หากใครที่มองหาลู่ทางในการทำธุรกิจอยู่ละก็เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น่าจะเป็นตัวเลือกต้นๆที่สามารถริเริ่มได้ลงทุนน้อยความเสี่ยงน้อย แต่กำไรเยอะและเป็นธุรกิจที่ให้ความสุขทั้งผู้ขายและผู้ซื้อที่มอบสิ่งดีๆให้แก่กันผ่านเครื่องดื่มนั่นเอง