Home » การส่งออก » ธุรกิจ “มวยไทย” สร้างโอกาสสู่ตลาดโลก
ธุรกิจมวยไทย
ธุรกิจมวยไทย

ธุรกิจ “มวยไทย” สร้างโอกาสสู่ตลาดโลก


กระแสคนรักสุขภาพกำลังมาแรง การออกกำลังกายในแบบที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มาก ช่วยสร้างรูปร่าง กล้ามเนื้อ และเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน ส่งเสริมสุขภาพ และสมาธิอย่างมวยไทยกำลังได้รับความนิยม ถึงแม้จะเป็นกีฬาที่มีความดุดันแต่ก็คงไว้ซึ่งความสวยงามในรูปแบบของศิลปะการป้องกันตัว และมีชั้นเชิงในการต่อสู้ควบคู่กันไป ทำให้มวยไทยเป็นกีฬายอดนิยมอันดับต้นๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เป็นธุรกิจบริการเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ อีกทั้งเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้อีกด้วย

คุณชณันภัสร์ พิศาลอภิพงศ์ (เอกธิดา วงศ์กำแหง) ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง ได้ให้ข้อมูลของธุรกิจมวยไทยและโอกาสของผู้ประกอบการไทยกับ THINK TRADE THINK DITP ไว้อย่างน่าสนใจ

เอกลักษณ์มวยไทยในสายตาคนทั่วโลก
มวยไทย เป็นกีฬาที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะเป็นศิลปะที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเรื่องของท่าทาง ลีลาที่สวยงาม และความทรงพลังของแม่ไม้มวยไทย เป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ ความโด่งดังของมวยไทยนี้ ไม่ได้อยู่แค่ความเป็นกีฬาเท่านั้น แต่ยังมีบุคคลที่ช่วยเน้นยํ้าถึงเอกลักษณ์ของมวยไทย อย่างนักมวยไทยชื่อก้อง “บัวขาว” ที่ชนะการแข่งขันจนคนทั่วโลกรู้จักดี และสตั๊นแมนที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงชื่อดังที่ผ่านผลงานภาพยนตร์มามากมายอย่าง “จา พนม” ซึ่งก็ล้วนใช้แม่ไม้มวยไทยในการแสดงช่วยประชาสัมพันธ์คำว่า “มวยไทย” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

มวยไทย ขยายผืนผ้าใบถึงต่างแดน
จากความนิยมของมวยไทย ที่ขยายไปสู่สากลนั้น ทำให้เกิดธุรกิจบริการและสินค้าที่เกี่ยวกับมวยไทยในประเทศต่างๆทั่วโลก มีค่ายมวยไทยเกิดขึ้นในต่างประเทศรวมเกือบ 4,000 แห่ง กระจายอยู่ใน 36 ประเทศ โดยเฉพาะที่บราซิล อิหร่าน อินเดีย โมร็อกโก อเมริกา รวมถึงฮ่องกง ซึ่งมีสถานที่สอนมวยไทยมากเป็นอันดับต้นๆ

ธุรกิจมวยไทย
ธุรกิจมวยไทย

ธุรกิจมวยไทยในฮ่องกง
มวยไทยเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายว่าเป็นกีฬาที่สนุก สร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย และช่วยในการเผาผลาญไขมันได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตในเชิงบวกและบรรเทาความเครียดได้ดี จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ต้องการความบันเทิงใจ และยังได้เรียนศิลปะการต่อสู้ของไทยร่วมด้วย ปัจจุบันแนวโน้มกีฬามวยไทยในฮ่องกงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมามีการก่อตั้งสมาคมมวยไทยแห่งฮ่องกงขึ้น (Hongkong Muay-Thai Association : HKMTA) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 และปัจจุบันได้มีการก่อตั้งสตูดิโอฝึกมวยไทยมากกว่าสิบแห่ง  ซึ่งบางแห่งมีมากกว่าหนึ่งสาขา กระจายอยู่ในย่านที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง เช่น คอสเวย์เบย์ (Causeway Bay) หรือเซ็นทรัล (Central) นอกจากนี้ยังมีฟิตเนสหรือสถานออกกำลังกายในฮ่องกง 214 แห่ง ได้เปิดคอร์สฝึกสอนมวยไทยโดยมีครูผู้ฝึกชาวไทยร่วมสอนด้วย สำหรับคอร์สเรียนมวยไทยและ Kick boxing นั้น ถือว่าเป็นคอร์สที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงรองจากโยคะ โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง (45 นาที) ประมาณ 3,500-5,000 บาท หรือเดือนละประมาณ 22,000 บาท  นอกจากนี้สินค้าและอุปกรณ์ยังมีความต้องการนำเข้าจากประเทศไทยอีกจำนวนมาก เนื่องจากสินค้าที่มาจากประเทศไทยมีคุณภาพดีและดูน่าเชื่อถือ

จุดเด่นมวยไทย สร้างโอกาสสู่ต่างประเทศ
ในแง่วัฒนธรรมนั้น มวยไทยเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์และมีจุดแข็งที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ นำไปสู่การส่งออกสินค้าและบริการของไทยโดยเฉพาะอุปกรณ์กีฬา อาทิ นวม กางเกงมวย  ผ้าพันมือ ตลอดจนถึงธุรกิจบริการ ครูผู้ฝึกสอน (Trainer) ค่ายมวย หรือสตูดิโอฝึกสอนมวยไทย เป็นต้น ซึ่งทำให้ชาวต่างชาติได้เรียนรู้วัฒนธรรมและประเพณีของไทย กระตุ้นความสนใจให้ต่างชาติหันมาสนใจสินค้าไทยได้เป็นอย่างดี

ฝากถึงผู้ประกอบการไทย
จากแนวโน้มธุรกิจค่ายมวยและการหาสถานที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยม จึงเป็นโอกาสที่นักลงทุนไทยสามารถเปิดกิจการค่ายมวยหรือสตูดิโอออกกำลังกายที่มีคอร์สมวยไทยได้ โดยต้องสร้างเอกลักษณ์ พัฒนาครูผู้ฝึกสอน ให้มีใบรับรองและวีซ่าการทำงานที่ถูกต้อง รวมทั้งศึกษาทำเลที่ตั้งที่เดินทางสะดวก เหมาะกับชีวิตคนทำงาน อีกทั้งยังมีทางเลือกในการเข้าร่วมธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) เพื่อขยายธุรกิจที่จะทำให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าส่วนแบ่งทางการตลาด และสามารถขยายตลาดไปสู่เมืองอื่นๆรวมถึงในสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการลงทุนที่น่าสนใจ

การส่งเสริมช่องทางการตลาดในอุตสาหกรรมนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับมวยไทยในรูปแบบที่ทันสมัย เข้าถึงผู้บริโภคสมัยใหม่ให้มากยิ่งขึ้น ตลอดจนการทำประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม ให้เห็นถึงศาสตร์ของมวยไทย ที่โดดเด่นไม่แพ้ศาสตร์การต่อสู้แบบผสมอื่นๆ (Mixed Martial Arts)

โดยรัฐบาลไทยได้ส่งเสริมทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และการค้าที่จะนำมาซึ่งการส่งออกสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถสร้างเม็ดเงินและรายได้อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์