fbpx
Home » SME ธุรกิจขนาดเล็ก » ธุรกิจร้านขนม “KaneMochi” ขนมและไอศกรีมรสเลิศ เคล็ดลับสูตรไทยผสานตำรับญี่ปุ่น
ธุรกิจร้านขนม “KaneMochi” เปิดตลาดขนมและไอศกรีมรสเลิศ เคล็ดลับสูตรไทยผสานตำรับญี่ปุ่น

ธุรกิจร้านขนม “KaneMochi” ขนมและไอศกรีมรสเลิศ เคล็ดลับสูตรไทยผสานตำรับญี่ปุ่น


ธุรกิจร้านขนม “KaneMochi” เปิดตลาดขนมและไอศกรีมรสเลิศ เคล็ดลับสูตรไทยผสานตำรับญี่ปุ่น (4)

ธุรกิจร้านขนม “KaneMochi” ขนมและไอศกรีมรสเลิศ
เคล็ดลับสูตรไทยผสานตำรับญี่ปุ่น

ธุรกิจร้านขนมเป็นอีกหนึ่งกิจการที่ต้องมีความสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสูตรขนมที่แต่ละแบรนด์จะมีเคล็ดลับเด็ดเป็นของตนเอง ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้ลูกค้ามีความชื่นชอบและอุดหนุนแต่ละรายต่างกันไป ซึ่งมีผู้บริหารไม่น้อยได้นำไอเดียจากต่างประเทศมาปรับใช้เพื่อสร้างความน่าสนใจ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมสำหรับคนไทยมาก สำหรับแบรนด์ “KaneMochi” เองก็เช่นกัน ที่เป็นการประยุกต์ขนมของญี่ปุ่นมาสร้างแบรนด์จำหน่ายในไทยและสาขาในต่างประเทศทั่วอาเซียน

จุดเริ่มต้นของธุรกิจร้านขนมไอศกรีมโมจิ KaneMochi นี้มาจากเจ้าของแบรนด์คือ “คุณชานน อนันต์วิโรจน์” ที่ได้เดินทางไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วครั้งหนึ่งได้ลิ้มลองโมจิไอศกรีมที่ย่านไชน่า ทาวน์ ซึ่งพบว่ามีรสชาติอร่อยถูกปากเขามากจนกลายเป็นลูกค้าประจำ ต่อมาเมื่อเดินทางกลับประเทศไทยเขารู้สึกอยากทานขนมชนิดนี้อีกครั้ง แต่ในประเทศไทยนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ด้วยมีผู้นำเข้ามาจำหน่ายเพียงรายเดียวเท่านั้น เมื่อเขามองเห็นช่องว่างทางธุรกิจนี้จึงอยากคิดเปิดกิจการเป็นของตนเอง

ธุรกิจร้านขนม “KaneMochi” เปิดตลาดขนมและไอศกรีมรสเลิศ เคล็ดลับสูตรไทยผสานตำรับญี่ปุ่น

ในตอนแรกเขาได้ทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นจึงลาออกและมาลุยธุรกิจร้านขนมของตนเองอย่างเต็มตัว เรียกได้ว่าธุรกิจของเขานั้นไม่ได้เริ่มต้นด้วยกลีบกุหลาบนัก เพราะต้องลงมือทำเองทุกอย่าง โดยเริ่มจากการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารในประเทศไทยว่ามีวิธีใดบ้างที่จะผลิตแป้งโมจิและไอศกรีมขึ้นมาเองได้ โดยเมื่อนำออกมาจากตู้เย็นแล้วทิ้งไว้ 3-5 นาทีก็สามารถทานได้โดยแป้งไม่แข็งเกินไป และแป้งไม่เสียความยืดหยุ่นตามตำรับญี่ปุ่นที่เขาเคยทาน

จนในที่สุดเวลาผ่านไปประมาณ 1 ปี เขาก็ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ลงทุนลงแรง โดยมาจากทั้งความพยายามของตนเองและกำลังใจที่เขาได้รับจากทางบ้านด้วย เพราะเชื่อว่าแม้ธุรกิจนี้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่เขาก็ยังได้พยายาม การเปิดตัวในตลาดครั้งแรกของ KaneMochi คือการออกบูธแสดงสินค้างานเทศกาลไอศกรีมที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 3 จากการออกงานในครั้งนั้นทำให้มีผู้บริหารให้ความสนใจกับแบรนด์ไอศกรีมโมจิน้องใหม่นี้อย่างมาก จนเขาได้รับโอกาสได้ไปออกงานแสดงสินค้างานเทศกาลไอศกรีมทุกสาขาในเครือเซ็นทรัล นับว่าเป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จของแบรนด์ก็ว่าได้

ธุรกิจร้านขนม “KaneMochi” เปิดตลาดขนมและไอศกรีมรสเลิศ เคล็ดลับสูตรไทยผสานตำรับญี่ปุ่น

แต่แล้วกลับมีอุปสรรคในเรื่องของกำลังการผลิต เพราแต่เดิมเขาผลิตได้เพียง 200 ลูกต่อวัน ซึ่งการออกบูธนั้นต้องใช้มากถึง 5,000 ลูกต่อวัน เขาจึงต้องลงทุนในการเพิ่มกำลังการผลิตจนสามารถผลิตได้ถึง 2,000 ลูกต่อวัน และในการออกบูธจำหน่ายสินค้านั้นเขาจะเป็นคนออกหน้าร้านเองทั้งหมด เพื่อให้ตนเองได้พบเจอกับลูกค้าโดยตรงและสามารถเก็บข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงแบรนด์ต่อไปได้ ซึ่งราคาจำหน่ายอยู่ที่ลูกละ 24 บาท ถูกกว่าเจ้าเดิมที่มีการนำเข้ามาจำหน่ายเกือบ 20 บาท เลยทีเดียว

กลุ่มลูกค้าที่สำคัญของธุรกิจร้านขนม KaneMochi คือเป็นกลุ่มคนที่ชื่นชอบการทานขนมรูปแบบใหม่ๆที่หาทานในประเทศไทยไม่ค่อยได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงานบางส่วน จนปัจจุบันนี้ธุรกิจร้านขนม KaneMochi ได้กลายเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จแบรนด์หนึ่งด้วยสาขานับสิบทั้งไทยและในอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา 4 สาขา มาเลเซีย 1 สาขา และสิงคโปร์ 2 สาขา รวมทั้งประเทศจากแดนไกลอย่างคูเวตอีก 1 สาขาด้วย

ธุรกิจร้านขนม “KaneMochi” เปิดตลาดขนมและไอศกรีมรสเลิศ เคล็ดลับสูตรไทยผสานตำรับญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ที่มาชองชื่อแบรนด์ว่า KaneMochi มาจากภาษาญี่ปุ่นเพื่อแสดงถึงถิ่นกำเนิดไอเดียของสินค้า และคำว่า Kane ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “เงิน” ส่วนคำว่า Mochi นอกจากจะหมายถึงขนมโมจิแล้วยังพ้องเสียกับคำว่า “ถือ” ด้วย ดังนั้น เมื่อรวม 2 คำเข้าด้วยกัน กลายเป็น KaneMochi จึงหมายถึง “ผู้ที่ถือเงิน” นับว่าเป็นการสร้างลูกเล่นกับชื่อแบรนด์ให้เป็นที่จดจำสำหรับลูกค้าได้อย่างดี
ข้อมูลติดต่อ ธุรกิจร้านขนม KaneMochi
เว็ปไซต์ : http://www.kanemochiicecream.com
Facebook : https://www.facebook.com/KanemochiIcecream
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2977-9038, 086-982-8778

 ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก https://www.facebook.com/KanemochiIcecream