Home » ไอเดียธุรกิจ » ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”
ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”
ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”

ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”


ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”

ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”

อาหารกระป๋องที่จะพูดถึงในครั้งนี้ ความพิเศษอยู่ตรงที่ว่าเป็น “ดักแด้” หรือหนอนไหม เราเคยเห็นชาวบ้านนำเอาดักแด้นี้มาทอดขายเป็นอาหารทานเล่นถือว่าเป็นเมนูพื้นบ้านยอดฮิต หากคุณได้มีโอกาสผ่านไปตามตลาดนัดหรือบริเวณขายของกินเยอะๆ ก็มักจะพบพ้อค้าแม่ค้าขายแมลงทอดอยู่บ้างก็คงจะพอนึกภาพของดักแด้ทอดออก แต่ที่เป็นสิ่งที่น่าใจจนต้องนำมาขยายความกันในวันนี้ก็เพราะว่า จากดักแด้ทอดใส่ถุงพลาสติกขายกันแบบธรรมดาๆ บัดนี้ดักแด้ทอดนั้นได้กลายร่ายเป็น “อาหารทานเล่นบรรจุกระป๋อง”ไปเรียบร้อยเตรียมพร้อมลงสังเวียนตลาดอินเตอร์

ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”

ธุรกิจอาหารกระป๋องนี้เกิดจากไอเดียของ “คุณพัทธพงษ์ พงษ์เพชร” ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงไหมจากจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าของ “พงษ์เพชรฟาร์ม” สร้างธุรกิจอาหารกระป๋องที่มีชื่อแบรนด์ว่า “Phu Farm” เริ่มต้นจากการทำธุรกิจเลี้ยงใหม่แล้วก็ส่งรังไหมให้แก่บริษัทต่างๆ เพื่อนำไปทำเป็นเส้นไหมในอุตสาหกรรมสิ่งทออยู่เป็นเวลานาน แต่ตอมาเมื่อเริ่มมีคนหันมาเลี้ยงไหมกันมาขึ้นทำให้เกิดภาวะสินค้าราคาตกต่ำ เนื่องจากสินค้าล้นตลาด เลยเป็นเหตุให้ต้องปิดกิจการไป
แต่ด้วยความไม่ย่อท้อ หลังจากที่ปิดกิจการลงไป ก็เริ่มต้นไปศึกษาความรู้ทางด้านการตลาดมากขึ้น เพื่อหวังที่จะกลับมาสานต่อกิจการเลี้ยงไหมนั้นขึ้นมาอีกครั้ง จนสามารถเปิดฟาร์มเลี้ยงไหมขึ้นมาได้อีกครั้งในปี 2552 และได้เข้ามาดูแลเองอย่างเต็มตัว จากเดิมที่มีพ่อและแม่เป็นคนดูแล

ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”

กลับมาเลี้ยงไหมขายอีกครั้ง จากเดิมเลี้ยงหนอนไหมสายพันธุ์ที่กินใบหม่อน หรือ “หนอนใบหม่อน” ซึ่งมีระยะเวลาในการเลี้ยง ตั้งแต่แรกฟักไปจนถึงวัยสุกอยู่ที่ประมาณ 24 วัน เปลี่ยนมาเป็นการเลี้ยงไหม “สายพันธุ์ไหมป่าอีรี่” ที่กินใบมันสำปะหลังเป็นอาหารแทน ซึ่งในส่วนนี้ก็จะลดต้นทุนลงไปได้มาก เนื่องจากทางภาคอีสานนั้นมีการปลูกมันสำปะหลังอยู่เป็นจำนวนมาก แต่การขายรังไหมเพียงอย่างเดียวนั้นก็คงไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เพราะถูกกดราคามาก และการแข่งขันก็สูง จึงทำให้ต้องมองหาช่องทางหารายได้เสริม แต่เมื่อมามามองในวัตถุดิบที่ตัวเองมีอยู่ก็เห็นว่ารายได้หลักๆนั้นมาจากตัวดักแด้ ซึ่งได้รับความนิยมและกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด

แรกๆก็จะขายดักแด้ไหมสดๆให้แก่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เพื่อนำไปทอดขาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะทางภาคอีสานก็นิยมรับประทานแมลงทอดกันอยู่แล้ว ซึ่งทางฟาร์มสามารถผลิตดักแด้ได้มากกว่าเฉลี่ยเดือนละ 9 ตัน จึงเกิดไอเดียที่จะแปรรูปดักแด้นี้เป็นอาหารกระป๋อง โดยไปขอคำปรึกษาจากมหาวิทยาลัยของรัฐบาล ทั้งจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตสกลนคร” เพื่อนแนะนำข้อมูลกระบวนการผลิตที่เป็นประโยชน์ให้

ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”

เมื่อตัดสินใจที่จะลงมือทำอย่างจริงจังและได้ศึกษากระบวนการผลิต พร้อมทั้งได้ต้นแบบการแปรรูปมาแล้วนั้น ก็นำมาต่อยอดที่ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในโครงการอบรมทักษะประกอบอาชีพเพื่อพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ จนกลายเป็นดักแด้ไหมอีรี่อัดกระป๋องภายใต้แบรนด์ “Phu Farm”

ในช่วงแรกนั้น กระบวนการผลิตยังมีปัญหาอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุการผลิตที่ไม่รู้วันหมดอายุที่แน่ชัด ไปจนถึงกลิ่นเหม็นหืนของดักแด้กระป๋อง จนกระทั่งได้รับความร่วมมือจาก ดร.อัศวิน อมรสิน อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยี เป็นผู้ให้คำแนะนำ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ และมีอายุการเก็บรักษาที่นานขึ้น โดยอายุของดักแด้ไหมอีรี่บรรจุกระป๋องจะอยู่ได้นาน 4 เดือน ราคาขายกระป๋องละ 35 บาท ปริมาณ 20 กรัม มีให้เลือกทั้งหมด 8 รสชาติ แบ่งเป็นรสชาติที่ไม่เผ็ด ได้แก่ เกลือ, โนริสาหร่าย, ชีส และซาวครีมหัวหอม และรสชาติเผ็ด ได้แก่ ต้มยำ, บาร์บิคิว, กระเพรา และรสลาบ

ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”

ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการคิดค้นผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเพิ่มเติม นั่นคือ “รถด่วนสายไหม” มี 3 รสชาติ คือ เกลือ, ต้มยำ และบาร์บีคิว ราคาขายอยู่ที่กระป๋องละ 35 บาท สำหรับธุรกิจอาหารกระป๋องนี้กำลังเป็นที่นิยมและได้รับความสนใจจากตลาดต่างประเทศ ที่ติดต่อเข้ามาทั้งออสเตรเลีย, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, พม่า, ไต้หวัน และเกาหลี ซึ่งก็เป็นแผนการตลาดขั้นต่อไป เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่สามารถส่งออกขายได้ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการรองการรับรองจาก อย. ซึ่งคาดว่าเมื่อผ่านขั้นตอนนั้นเรียบแล้วก็จะสามารถรับลูกค้าจากต่างประเทศและคาดว่าจะสร้างรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ธุรกิจอาหารกระป๋อง ไอเดียหนอนดักแด้อัดกระป๋อง พร้อมโกอินเตอร์ “Phu Farm”

ข้อมูลติดต่อธุรกิจอาหารกระป๋อง
คุณพัทธพงษ์ พงษ์เพชร
พงษ์เพชรฟาร์ม จังหวัดกาฬสินธุ์