fbpx
Home » เริ่มต้นทําธุรกิจ » ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก … จากรุ่นสู่รุ่น
ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก03
ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก03

ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก … จากรุ่นสู่รุ่น


ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก03
ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก03

“ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก … จากรุ่นสู่รุ่น” เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของผู้ประกอบการ SMEs ในการที่จะปัดฝุ่นธุรกิจเสื้อผ้าเด็กแบบเดิมๆ และนำเสนอใน รูปแบบใหม่ที่แตกต่าง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพ่อแม่ยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกสรรเสื้อผ้าให้กับลูกหลานตัวน้อยๆ ทั้งในเรื่อง คุณภาพ ดีไซน์และรูปแบบที่มีความแปลกใหม่เพิ่มมากขึ้นตลอดช่วงอายุของเด็กได้ ตั้งแต่เด็กแรกเกิด เด็กเล็ก เด็กโต ไปจนถึงวัยยังทีน (Young Teen)

เสื้อผ้าเด็กเป็นสินค้าที่พบได้ทั่วไป ซึ่งหากดูความต้องการของตลาดแล้ว จะพบว่า เสื้อผ้าเด็กยังเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากเหล่า พ่อแม่ผู้ปกครอง ในการเลือกซื้อเพื่อจะสวมใส่ให้กับลูกหลาน ซึ่งในแต่ละครั้งก็จะเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย จะเห็นได้จาก มูลค่าตลาดเสื้อผ้าเด็ก มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2556 ที่ผ่านมา ตลาดเสื้อผ้าเด็กมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจุบันอัตราการเกิด ของเด็กไทยจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง ตามโครงสร้างประชากรที่เริ่มเปลี่ยนแปลงสู่ครอบครัวเดี่ยวและขนาดครอบครัวที่เล็กลง (มีบุตรลดลง) แต่เหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้มูลค่าตลาดเสื้อผ้าเด็กยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องก็คือ ไลฟ์สไตล์ของพ่อแม่ผู้ปกครองที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต

โดยการ พยายามสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกหลานอย่างเต็มที่ในทุกๆ เรื่อง จะเห็นได้ว่าเสื้อผ้าก็เป็นสินค้ากลุ่มแรกๆ ที่กลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองจะนึกถึง ตั้งแต่ ช่วงเริ่มตั้งท้องไปจนถึงเติบใหญ่ (ตามพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงวัย) นอกจากนี้ จากการที่สินค้าเสื้อผ้าเด็กมีวางจำหน่ายอย่าง หลากหลายมากขึ้น ทั้งรูปแบบดีไซน์ ระดับราคาและคุณภาพ ทำให้กลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองเหล่านี้สนุกไปกับการเลือกสรรและแต่งตัวให้กับลูกหลาน โดยเฉพาะพ่อแม่ยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง ด้วยเหตุนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย สำหรับผู้ ประกอบการ SMEs ที่จะเข้าไปลงทุน หากจับกระแสความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้

แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก

แนวโน้มการเติบโต: เดิมเสื้อผ้าเด็กในตลาดเมืองไทยมีให้เลือกสรรค่อนข้างน้อย กล่าวคือ ในตลาดระดับบน จะเป็นเสื้อผ้าเด็กที่มีแบรนด์ที่มีชื่อ เสียง ราคาสูง เน้นคุณภาพเป็นหลัก และมักจะเป็นเซกเมนต์ที่เฉพาะเจาะจง เช่น เจาะตลาดเด็กแรกเกิด-เด็กเล็ก (อายุ 0-6 ปี) หรือเจาะกลุ่ม ตลาดเด็กโต (อายุ 6-12 ปี) และอีกตลาดจะเป็นตลาดเสื้อผ้าเด็กตลาดล่าง เน้นราคาถูกไม่มีแบรนด์ มักเป็นการตัดเย็บแบบผ้าโหล ไม่เน้น คุณภาพและดีไซน์มากนัก เจาะกลุ่มลูกค้าระดับล่าง

ทำให้ความหลากหลายในการเลือกสรรสินค้าเพื่อลูกหลานมีไม่มากนัก แต่เมื่อมาถึงยุคปัจจุบัน พฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปตามสังคมและวัฒนธรรมการบริโภค ผู้คนหันมาสนใจภาพลักษณ์และการแต่งกายมากขึ้น ไม่เพียงแต่ตนเองใน วัยผู้ใหญ่ แต่ยังใส่ใจไปยังคนรอบตัว โดยเฉพาะลูกหลานที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ทำให้เป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้อง การของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการผลิต/ขายเสื้อผ้าเด็กในเซกเมนต์ที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ยังขยายแตกไลน์สินค้าครอบคลุม ตลอดช่วงอายุเด็ก ทำให้ตลาดเสื้อผ้าเด็กในปัจจุบันมีลูกเล่นและความน่าสนใจในการทำตลาดมากขึ้น โดยสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันหรือ สวมใส่ในโอกาสต่างๆ ได้หลากหลาย ภายใต้ระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและเหมาะสมกับคุณภาพ

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย: พ่อแม่ผู้ปกครองยุคใหม่ที่เต็มใจจะจ่ายสำหรับสินค้าที่มีสไตล์โดดเด่น มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ในขณะเดียวกันก็ใส่ ใจในเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าด้วย โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีรายได้ระดับปานกลางถึงสูง และมีความสนุกในการเลือกซื้อ เสื้อผ้าเพื่อสวมใส่ให้กับลูกหลาน

สภาวะการแข่งขันในตลาด: เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตามองของผู้ประกอบการในธุรกิจ เนื่องจากเป็นหนึ่งในสินค้ากลุ่มแฟชั่น ที่ สามารถซื้อหาได้ง่าย ทำให้การแข่งขันในตลาดมีความร้อนแรงไม่แพ้เสื้อผ้าแฟชั่นของวัยรุ่น โดยรูปแบบการแข่งขันจะแตกต่างกันไปตามจุดเด่นที่ จะนำเสนอไปสู่ผู้บริโภค เช่น

แข่งขันด้านคุณภาพ ส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันในกลุ่มเสื้อผ้าเด็กระดับบน กับแบรนด์ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงยาวนาน สินค้าเน้น คุณภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก ระดับราคาที่วางจำหน่ายสูง เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง โดยมีช่องทางจำหน่ายที่สำคัญ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า

แข่งขันด้านราคา ส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันในกลุ่มเสื้อผ้าเด็กระดับล่าง ที่ไม่เน้นคุณภาพมากนัก เน้นการขายเชิงปริมาณ มีความ หลากหลายและความแปลกใหม่ของรูปแบบที่นำเสนอน้อย ซึ่งมีช่องทางจำหน่ายที่สำคัญ ได้แก่ ร้านค้ารายย่อย ตลาดนัด ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ตลาดค้าส่ง/ค้าปลีกใหญ่ หรือนำเข้าจากประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ อาทิ จีน

แข่งขันด้านการออกแบบ/ ฟังก์ชั่น/ ดีไซน์ ของสินค้า ส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันในกลุ่มตลาดระดับกลางถึงบน โดยผู้ประกอบการ หน้าใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของพ่อแม่ยุคใหม่ อาทิ เสื้อผ้าเด็กแฟนซีแหวกแนว เสื้อผ้าเด็กที่ ออกแบบเพื่อปกป้องเด็กตามพัฒนาการ (กันกระแทก/ เสริมฟังก์ชั่นง่ายต่อการลุก นั่ง ยืน เดิน กิน) เสื้อผ้าแฟชั่น (แบบเรียบง่าย ใส่เที่ยวเล่น ชุดออกงาน ชุดไปงานเทศกาลต่างๆ) ซึ่งระดับราคาจะแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติของสินค้า โดยมีทั้งระดับปานกลางไปถึงสูง ช่องทางจำหน่ายที่ สำคัญ ได้แก่ หน้าร้านของผู้ประกอบการ ช่องทางค้าออนไลน์ และการออกงานแสดงสินค้าต่างๆ เป็นต้น

สำหรับข้อได้เปรียบของธุรกิจเสื้อผ้าเด็กจากรุ่นสู่รุ่น อยู่ที่ การนำเสนอความหลากหลายให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เลือกสรร โดยสามารถจำหน่าย เสื้อผ้าเด็กตั้งแต่เด็กเล็ก และสามารถต่อยอดให้ขายตลอดช่วงอายุของเด็กได้ (ตั้งแต่เด็กแรกเกิด เด็กเล็ก เด็กโต ไปจนถึงวัย Young Teen) ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบร้านเสื้อผ้าเด็กในมิติเดิมๆ ที่จะเน้นไปที่การจำหน่ายแบบเฉพาะเจาะจง ที่มีข้อจำกัดที่ระดับราคาและรูปแบบที่ไม่หลากหลาย จึงทำให้สินค้าดูน่าสนใจและเป็นที่ต้องการของกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองที่ชื่นชอบเลือกซื้อเสื้อผ้าให้ลูกหลานมากขึ้น เพราะสามารถเลือกซื้อได้บ่อยครั้งขึ้น ในรูปแบบที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย และโอกาสในการสวมใส่ อย่างไรก็ดี ภายใต้โอกาสการค้า แต่ความท้าทายในการทำธุรกิจยังคงมีอยู่ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้รวบรวม โอกาสและอุปสรรคใน การประกอบธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ดังนี้

ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก
ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก

 

การลงทุนและโอกาสสำหรับการต่อยอดธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก

การวางแผนรูปแบบการผลิต/จำหน่าย: ผู้ประกอบการจะต้องวิเคราะห์ถึงตัวสินค้าและกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก ว่าสินค้าที่วางจำหน่ายเน้น รูปแบบใด? เจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มไหน? ทั้งนี้ การสรรหาสินค้าที่มาวางจำหน่ายนั้น ผู้ประกอบการอาจจะมีการวางแผนไว้ก่อนว่าจะเลือกซื้อได้จาก แหล่งใด อาทิ ตลาดค้าส่ง/ค้าปลีก จากโรงงานผู้ผลิต หรือเจรจากับเจ้าของสินค้า/เจ้าของลิขสิทธิ์ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน ก็ควรเลือกสินค้าที่กำลัง เป็นที่ต้องการของตลาด หรืออยู่ในกระแสนิยมของผู้บริโภคเป็นหลัก

ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ออกแบบดีไซน์เสื้อผ้าเด็กที่มีความทันสมัย รูปแบบแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ก็จะ สามารถผลิตเพื่อจำหน่ายได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะสามารถสร้างแบรนด์และผลกำไรให้ธุรกิจในระยะยาวได้อีกมาก อย่างไรก็ดี แม้ว่าการผลิต และจำหน่ายจะมีโอกาสที่ดีมากกว่าการทำธุรกิจซื้อมาขายไปเพียงอย่างเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SMEs จะต้องคำนึงถึงต้นทุนที่เพิ่ม ขึ้นด้วย เพราะจะมีผลต่อราคาขายที่สูงขึ้น (โดยทั่วไปต้นทุนการผลิตต่อชิ้น ควรจะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 50 ของราคาขาย) ดังนั้น จึงขึ้นอยู่ที่ว่าผู้ ประกอบการจะวางตำแหน่งทางธุรกิจของตนเองไว้อย่างไร และจะบริหารจัดการต้นทุนได้ดีมากน้อยแค่ไหน

การวิเคราะห์ทำเลและช่องทางการจัดจำหน่าย: ทำเลที่ดีสำหรับจำหน่ายเสื้อผ้าเด็ก นอกจากควรเป็นทำเลที่มีคนพลุกพล่านแล้ว ควร เป็นทำเลที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเข้าถึงได้ง่ายด้วย เช่น ย่านธุรกิจการค้า ออฟฟิศ ตลาดนัด หรือห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ประกอบ การที่มีเงินลงทุนไม่มากนัก ช่องทางออนไลน์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการประชาสัมพันธ์สินค้าไปสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ เนื่องจากสะดวก และ สามารถเลือกชมและสั่งซื้อสินค้าได้ง่าย ทั้งนี้ การทำ Online Marketing ควรอยู่ในเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง หรือหากจะสร้างแบรนด์ ก็ควรจะมี เว็บไซต์เป็นของตัวเอง

รูปแบบสินค้าควรมีหลากหลายให้เลือกสรร: ทั้งโทนสี ขนาดและดีไซน์ ตลอดช่วงอายุเด็กในแต่ละช่วงวัย ในขณะเดียวกันควรมี สไตล์ที่ชัดเจน เพื่อดึงดูดใจลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาเลือกซื้อ โดยการเลือกคอลเลคชั่นสินค้า ควรสอดคล้องไปตามเทรนด์ตลาด หรือสินค้าที่เป็น เอกลักษณ์ของทางร้าน รวมถึงควรมีสินค้าใหม่ๆ เข้าร้านเป็นระยะ เพื่อสร้างความน่าสนใจอยู่เสมอ และสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการทำธุรกิจเสื้อผ้า เด็กก็คือ การใส่ใจเรื่อง “คุณภาพมาตรฐาน” และ “ความปลอดภัย” อาทิ เนื้อผ้าควรเป็นผ้าคอตตอน 100% ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพเด็ก เป็นต้น

 การต่อยอดธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก: ผู้ประกอบการสามารถขยายไลน์สินค้าไปสู่เสื้อผ้าในรูปแบบแปลกใหม่มากขึ้น อาทิ เสื้อผ้าแนวแฟนซี เสื้อผ้าชุดประจำชาติ (ชุดฮันบก ชุดยูกาตะ กี่เพ้า เป็นต้น) หรือเสื้อผ้าแฟชั่นที่ฮอตฮิตในช่วงเวลานั้นๆ หรือการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มครอบ ครัว โดยการขยายการผลิตเสื้อผ้าในธีมเดียวกัน ที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งครอบครัว เป็นต้น

รวมไปถึงการนำเสื้อผ้าเด็กมาประยุกต์กลายเป็นรูป แบบที่ไม่ซ้ำใคร โดยการเสริมลูกเล่นเล็กๆน้อยๆ ลงไป เช่น ปักลูกไม้ เพิ่มลายสกรีน หรือเสริมอุปกรณ์ตกแต่ง เช่น เครื่องประดับ (แต่ควร คำนึงถึงการใช้งานและความปลอดภัยด้วย) เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอาจเพิ่มเสริมอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ (Accessory) นอกเหนือจาก เสื้อผ้า เช่น กิ๊ฟ/โบว์ ที่รัดผม หมวก เข็มขัด รองเท้า ฯลฯ และประยุกต์เป็นเซตแฟชั่นในรูปแบบต่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือกสรรและแต่งตัวตาม ก็ น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับลูกค้า ได้เข้ามาเลือกชมและมีแนวโน้มตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งในแบบแยกชิ้นหรือซื้อ ยกเซต

นอกจากนี้ หากผู้ประกอบการมีความพร้อมด้านเงินทุน การบุกเบิกตลาดต่างประเทศ ก็เป็นโอกาสทางการค้าอีกทางหนึ่งที่จะสามารถ สร้างกำไรให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นทั้งผู้ผลิตและจำหน่าย นอกเหนือจากการทำตลาดในประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกไปยัง ประเทศที่มีความต้องการสินค้ากลุ่มนี้สูง อาทิ จีน กลุ่มประเทศในอาเซียน (อาทิ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์) กลุ่มประเทศ แอฟริกา ตะวันออกกลาง เป็นต้น

 

ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก02

 

บทสรุป

ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก … จากรุ่นสู่รุ่น เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจของผู้ประกอบการ SMEs ที่จะเข้าไปลงทุน โดยความน่าสนใจของธุรกิจนี้อยู่ที่การนำ เสนอเสื้อผ้าเด็กในรูปแบบใหม่ที่แตกต่าง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพ่อแม่ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกสรรเสื้อผ้าให้กับลูกหลานตัว น้อยๆ ทั้งในเรื่องคุณภาพ ดีไซน์และรูปแบบที่มีความแปลกใหม่เพิ่มมากขึ้นตลอดช่วงอายุของเด็กตั้งแต่เด็กแรกเกิด เด็กเล็ก เด็กโต ไปจนถึงวัยยัง ทีน (Young Teen) ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และสมเหตุสมผลมากขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความประสงค์จะทำธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ประเด็นที่จะต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกคือ การวางแผนรูป แบบของการทำธุรกิจ (จำหน่ายเพียงอย่างเดียวหรือทั้งผลิตและจำหน่าย ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการจะมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ทั้งในเรื่อง เงินทุน สินค้าที่จะนำเสนอ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รวมถึงกลยุทธ์ทางการตลาด) ทำเลที่ตั้งและช่องทางการจำหน่าย ตลอดจนการสร้างมิติในเรื่อง ของความหลากหลายของเสื้อผ้าที่ครอบคลุมตลอดช่วงอายุของเด็ก ให้เป็นจุดเด่นเพื่อจูงใจให้ลูกค้าเป้าหมายเข้ามาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าอย่างสม่ำ เสมอ

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเสื้อผ้าเด็กสามารถประสบความสำเร็จในระยะยาว ได้แก่ การให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยมา เป็นอันดับแรก มีการกำหนดราคาที่เหมาะสม เน้นพัฒนาสินค้าให้มีเอกลักษณ์และสไตล์ที่ชัดเจน รวมไปถึงทำเลที่ตั้งร้านควรอยู่ในโลเกชั่นที่ เหมาะสม มีการประชาสัมพันธ์ที่จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย และประการสุดท้ายก็คือ ผู้ประกอบการต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าและนำมา ต่อยอดพัฒนาไอเดียในการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการควรจะระลึกไว้อยู่เสมอ เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจเสื้อผ้าเด็กก็คือ “การรักษาความไว้ วางใจจากลูกค้า” ซึ่งได้แก่ การให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า และไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาสินค้าและการบริการให้ดียิ่งขึ้นไป

 

แหล่งที่มาของข้อมูล
บริสุทธิ์ ธรรมชาติ เพื่อลูกน้อย (ที่มา: นสพ. สยามธุรกิจ ฉบับวันที่ 17 มกราคม 2557)
Design เสือน้อยในป่าใหญ่ (ที่มา: นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 9 พฤษภาคม 2556)
‘Chas Chas’ เอสเอ็มอี หัวใจ Young Blood (ที่มา: นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 4 พฤษภาคม 2554)
คิดถึง KID แฟชั่นทั้งร้านชมพู พลิกชีวิตแม่ค้าตลาดนัดสู่เถ้าแก่เนี้ย (ที่มา: นสพ. ASTV ผู้จัดการ ฉบับวันที่ 28 สิงหาคม 2552)
“เสื้อผ้าเด็กแฟชั่น” เทรนด์เกาหลี ก็ฟีเวอร์ (ที่มา: http://howjob.blogspot.com/2011/01/blog-post_21.html)
โมเดลร้านขายเสื้อผ้าเด็ก (ที่มา: http://www.businessmodel-Market.com/?p=1875)
How to Start My Own Children’s Store (ที่มา: http://smallbusiness.chron.com/start-own-childrens-clothing-store-4610.html)
KSME Care (http://www.ksmecare.com/)