fbpx
Home » SME ธุรกิจขนาดเล็ก » ธุรกิจเอสเอ็มอี “ไทยชูรส” แตกไลน์ธุรกิจน้ำยาล้างจาน “วีแมกซ์” สู้ตลาดหลังผงชูรสชะลอตัว
ธุรกิจเอสเอ็มอี “ไทยชูรส” แตกไลน์ธุรกิจน้ำยาล้างจาน “วีแมกซ์”

ธุรกิจเอสเอ็มอี “ไทยชูรส” แตกไลน์ธุรกิจน้ำยาล้างจาน “วีแมกซ์” สู้ตลาดหลังผงชูรสชะลอตัว

ธุรกิจเอสเอ็มอี “ไทยชูรส” แตกไลน์ธุรกิจน้ำยาล้างจาน “วีแมกซ์” สู้ตลาดหลังผงชูรสชะลอตัว
รูปภาพจาก : mamiverse.com

ธุรกิจเอสเอ็มอี “ไทยชูรส”
แตกไลน์ธุรกิจน้ำยาล้างจาน “วีแมกซ์” สู้ตลาดหลังผงชูรสชะลอตัว

การหันมาใส่ใจสุขภาพตนเองของผู้บริโภคในประเทศไทยได้เป็นการสร้างโอกาสให้มีธุรกิจเอสเอ็มอีหน้าใหม่ได้เปิดตลาดเพื่อผลิตสินค้าสุขภาพรองรับความต้องการด้านสุขภาพมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน กระแสรักสุขภาพของผู้บริโภคก็ได้ทำให้การเติบโตของสินค้าบางประเภทนั้นอยู่ในช่วงชะลอตัวและไม่มีการเติบโตมากขึ้นในช่วงเวลาหลายปี ดังเช่น ผงชูรส

ตลาดผงชูรสในประเทศไทยเมื่อปี 2558 นั้นมีมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท แต่ไม่มีการเติบโตเลยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าผงชูรสนั้นแม้จะทำให้รสชาติของอาหารมีความอร่อยมากขึ้นแต่ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพหากทานในปริมาณมาก ด้วยเหตุนี้ทำให้แบรนด์ “ไทยชูรส” ธุรกิจเอสเอ็มอีที่จำหน่ายผงชูรสรายใหญ่ของไทยต้องมีการปรับตัวเพื่อช่วยพยุงกิจการในขณะนี้ คือ การแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำยาล้างจาน

ธุรกิจเอสเอ็มอี “ไทยชูรส” แตกไลน์ธุรกิจน้ำยาล้างจาน “วีแมกซ์” สู้ตลาดหลังผงชูรสชะลอตัว
รูปภาพจาก : ไทยชูรส

น้ำยาล้างจานที่ผลิตโดย “บริษัท ไทยชูรส จำกัด” มีชื่อว่า “วีแมกซ์ (Vmax)” ได้ผลิตขึ้นเพื่อเป็นการรักษาฐานผู้บริโภคในประเทศไทยจากการที่ยอดขายผงชูรสชะลอตัว แม้ว่าลูกค้ารายใหญ่ประมาณ 25% เช่น อุตสาหกรรมอาหารประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผงปรุงรส ฯลฯ ยังมียอดการเติบโตที่ดีสวนทางกับผู้บริโภครายย่อย น้ำยาล้างจานวีแมกซ์นั้นมีจุดเด่นที่การใช้กลยุทธ์ราคาซึ่งสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ผู้บริโภคนั้นให้ความใส่ใจกับการใช้จ่ายมากขึ้น โดยมีการตั้งราคาขายถุงขนาด 500 มิลลิลิตร เพียง 10 บาท ต่ำกว่าราคาสินค้าในท้องตลาดถึง 60%

ธุรกิจเอสเอ็มอี “ไทยชูรส” แตกไลน์ธุรกิจน้ำยาล้างจาน “วีแมกซ์” สู้ตลาดหลังผงชูรสชะลอตัว
รูปภาพจาก : www.yummymummyclub.ca

ด้วยจุดเด่นทางด้านราคานี้ทางผงชูรสไทยได้วางแผนที่จะรุกตลาดสินค้าต่างจังหวัดเป็นหลัก โดยเน้นกลุ่มลูกค้าประเภทร้านอาหาร ลูกค้าปลีก ฯลฯ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่มีสัดส่วนจำนวนมากของ “ผงชูรสตราชฎา” ที่เป็นสินค้าหลักของบริษัท ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้บริษัทสามารถตั้งราคาต่ำได้นั้นเป็นเพราะช่องทางการจำหน่ายที่ไม่ได้มีการจำหน่ายตามโมเดิร์นเทรดหรือร้านสะดวกซื้ออย่างที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายอื่นนิยมกันในปัจจุบัน ทำให้ต้นทุนด้านค่าวางสินค้าหรือค่าการตลาดนั้นมีต่ำมาก

ช่องทางการจำหน่ายสินค้าหลักของน้ำยาล้างจานวีแมกซ์จะเน้นการส่งสินค้าผ่านไปทางหน่วยรถของบริษัทเองและตัวแทนจำหน่ายในแต่ละพื้นที่ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ทำให้สามารถกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึงต่างจังหวัดตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และคาดว่าด้วยกลยุทธ์ราคาที่ต่ำกว่าแบรนด์อื่นแต่คุณภาพสินค้านั้นไม่แตกต่างกันเพราะมาจากการจ้างผลิตจะทำให้ลูกค้าให้ความสนใจทดลองใช้สินค้าจำนวนมากและรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิมไว้ได้

ธุรกิจเอสเอ็มอี “ไทยชูรส” แตกไลน์ธุรกิจน้ำยาล้างจาน “วีแมกซ์” สู้ตลาดหลังผงชูรสชะลอตัว
รูปภาพจาก : www.medicaldaily.com

นอกจากนี้ ทางด้านการจำหน่ายผงชูรสตราชฎา บริษัท ไทยชูรสยังได้มีการวางแผนที่จะสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นฐานแล้วประชาชนในประเทศกัมพูชา เมียนมาร์ และลาวนั้นมีความเชื่อมั่นในสินค้าจากประเทศไทยอยู่ระดับหนึ่ง แม้ว่าจะมีคู่แข่งจากไทยไปรุกตลาดที่เดียวกัน แต่การสื่อสารที่ต่อเนื่องของไทยชูรสจะสามารถแข่งขันในตลาดได้ดีมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัท ไทยชูรส จำกัด นับว่าเป็นบริษัทหนึ่งของไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนานกว่า 58 ปี ก่อตั้งโดย “คุณวิชัย ซอโสตถิกุล” ปัจจุบันนี้มีกำลังผลิตผงชูรสประมาณ 1,200 ตันต่อเดือน โดยมีกรรมวิธีการผลิตที่ปลอดภัยซึ่งได้มาจากไต้หวัน และมีมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดที่มียอดการจำหน่ายค่อนข้างสูงในไทยและยังมีการส่งสินค้าออกจำหน่ายต่างประเทศอีกหลายแห่ง

 

ธุรกิจเอสเอ็มอี “ไทยชูรส” แตกไลน์ธุรกิจน้ำยาล้างจาน “วีแมกซ์”
รูปภาพจาก : www.unadonna.it

ข้อมูลติดต่อ ธุรกิจเอสเอ็มอี ไทยชูรส
ที่ตั้ง : บริษัท ไทยชูรส จำกัด 5-7 ถนนทรัพย์  แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพ ฯ 10500
เว็ปไซต์ : www.thaichuros.co.th
Facebook : ไทยชูรส
E-mail : sales@thaichuros.co.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2233-0168, 0-2237-2630-5

หมายเหตุ รูปภาพที่ใช้เป็นเพียงสื่อประกอบบทความเท่านั้น
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : ประชาชาติธุรกิจ