fbpx
Home » ธุรกิจแฟรนไชส์ » ธุรกิจแฟรนไชส์ “ น้ำพริกไทย ” เมนูคู่ครัวไทย สู่ตลาดแฟรนไชส์
ธุรกิจแฟรนไชส์ “ น้ำพริกไทย ” เมนูคู่ครัวไทย สู่ตลาดแฟรนไชส์

ธุรกิจแฟรนไชส์ “ น้ำพริกไทย ” เมนูคู่ครัวไทย สู่ตลาดแฟรนไชส์


ธุรกิจแฟรนไชส์ “ น้ำพริกไทย ” เมนูคู่ครัวไทย สู่ตลาดแฟรนไชส์

ธุรกิจแฟรนไชส์ “ น้ำพริกไทย ” เมนูคู่ครัวไทย สู่ตลาดแฟรนไชส์ 

น้ำพริกอาหารที่อยู่คู่คนไทยได้รับการถ่ายทอดสูตรกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หากได้เกิดเป็นคนไทยแล้วต้องไม่พลาดเคยชิมกันแทบทุกคน เป็นอาหารที่เรียกได้ว่าคู่ครัวประจำบ้านเลยก็ว่าได้ ด้วยรสชาติที่มีความเป็นเอกลักษณ์เข้มข้นของเครื่องปรุงและส่วนผสมอย่างไทยแท้ ทำให้น้ำพริกถูกใจทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งยังเป็นเมนูสุขภาพกินคู่กับผักสดหรือผักต้มก็อร่อยไม่มีพลังงานแคลอรี่ที่เยอะ และยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงจากผักเครื่องเคียงอีกด้วย ปัจจุบันน้ำพริกได้ถูกนำมาต่อยอดพัฒนาให้กลายเป็นสินค้าโอท็อป และก้าวเข้าสู่กิจการแฟธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจแฟรนไชส์อาหารที่กำลังเติบโต

“ น้ำพริกไทย ” อีกหนึ่งธุรกิจแฟรนไชส์ ที่ยกจุดเด่นรสชาติความเป็นไทยอย่างอาหารประเภทน้ำพริกนำมาพัฒนาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ “ คุณอาทิตย์ชัย แหลมหลัก ” เจ้าของกิจการได้เริ่มมีไอเดียความคิดประกอบกิจการมาจากเห็นว่าน้ำพริกเป็นอาหารที่คนไทยคุ้นเคยกันอยู่แล้ว และทั้งยังมีรูปแบบอาหารที่ไม่ซ้ำซากจำเจรับประทานได้ในทุกโอกาส ด้วยขั้นตอนการทำน้ำพริกให้อร่อยที่ต้องมีส่วนประสมหลายอย่างมักจะไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ที่ชื่นชอบทานน้ำพริก หากมีธุรกิจแฟรนไชส์อาหารประเภทน้ำพริกที่ตอบโจทย์ได้ทั้งรสชาติความอร่อย และมีน้ำพริกให้เลือกหลากหลายสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้ซื้อไม่ต้องทำน้ำพริกเองน่าจะสร้างยอดขายและกำไรได้เป็นอย่างดี

ธุรกิจแฟรนไชส์ “ น้ำพริกไทย ” เมนูคู่ครัวไทย สู่ตลาดแฟรนไชส์

โดยสินค้าขายน้ำพริกของตัวแฟรนไชส์เองตอนนี้มีทั้งหมดกว่า 22 รสชาติ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทผลิตภัณฑ์น้ำพริกน้ำ เช่น น้ำพริกกะปิ, น้ำพริกปลาย่าง, ปลาร้า และประเภทผลิตภัณฑ์น้ำพริกแห้ง เช่น น้ำพริกปลาทู 3 รส, น้ำพริกหนุ่ม, น้ำพริกเผากุ้ง ให้ได้เลือกซื้อรับประทานตามความชอบ จะมีรูปแบบการขายเป็นการช่างตวงเป็นขีดตามแต่ผู้ประกอบการขายและความต้องการของลูกค้า โดยจะเริ่มราคาขายน้ำพริกแห้งเริ่มขีดละ10 บาท และน้ำพริกประเภทน้ำจะเริ่มต้นที่ขีดละ 12 บาท และยังเพิ่มความครบครันด้านความอร่อยให้แก่ลูกค้าด้วยยังมี ผักต้มและผักสดจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงอีกด้วย

ธุรกิจแฟรนไชส์ “ น้ำพริกไทย ” เมนูคู่ครัวไทย สู่ตลาดแฟรนไชส์

เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่กำลังสนใจลงทุนประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร ประเภทน้ำพริกที่แตกต่างจากการขายอาหารประเภททั่วไปที่ค่อนข้างมีการแข่งขันที่สูงในตลาด ทางแฟรนไชส์เองมีรูปแบบการลงทุนประกอบกิจการอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ ดังนี้ รูปแบบที่ 1 เหมาะสำหรับผู้มีเงินลงทุนน้อยใช้งบประมาณแค่ 3,000 บาท ก็สามารถประกอบกิจการขายน้ำพริกได้โดยทางแฟรนไชส์จะเป็นผู้ลงทุนให้และแบ่งกำไรจากการขายให้ 40 % รูปแบบที่ 2 ใช้งบประมาณการลงทุนอยู่ที่ 10,000 บาท เป็นการซื้อรูปแบบร้านขายน้ำพริกจากทางแฟรนไชส์ จะได้รับสิทธ์ในการคุมพื้นที่การขายหากมีการขยายสาขาเพิ่มผู้ลงทุนที่ถือสิทธิ์ในการครองพื้นที่ จะได้รับค่าขยายสาขาด้วย และรูปแบบที่ 3 เป็นการซื้อวัตถุดิบไปจำหน่าย สามารถทำกำไรได้ถึงเกือบเท่าตัวจากการลงทุน สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบกิจการให้ประสบผลสำเร็จสามารถมั่นใจได้ด้วยทางแฟรนไชส์ จะมีการอบรมสอนขั้นตอนการทำธุรกิจอย่างละเอียดให้เข้าใจ

ธุรกิจแฟรนไชส์ “ น้ำพริกไทย ” เมนูคู่ครัวไทย สู่ตลาดแฟรนไชส์

รวมทั้งยังให้ความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานการขาย ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรักษา การตักน้ำพริก รวมไปถึงการคำนวณยอดขาย แฟรนไชส์อาหารน้ำพริกไทยก็เป็นอีกธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้นำไปประกอบเป็นอาชีพเสริม หรืออาชีพหลักได้ ด้วยการลงทุนที่ไม่เยอะก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ ลดความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงแต่ไม่ให้ผลประกอบการที่คุ้มทุนแก่ผู้ประกอบกิจการแฟรนช์อาหารได้เป็นอย่างดี และทั้งยังมีรูปแบบให้เลือกลงทุนหลายรูปแบบเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุน

ธุรกิจแฟรนไชส์ “ น้ำพริกไทย ” เมนูคู่ครัวไทย สู่ตลาดแฟรนไชส์

ข้อมูลธุรกิจแฟรนไชส์ พริกไทย

งบประมาณการลงทุน
เริ่มต้นตั้งแต่ 3,000 – 10,000 บาท

รูปแบบการลงทุน

แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบดังนี้

  1. รูปแบบการลงทุน 3,000 บาท เป็นผู้ประกอบการขายน้ำพริกโดยทางแฟรนไชส์จะผู้ลงทุนให้
  2. รูปแบบการลงทุน 10,000 บาท เป็นรูปแบบเจ้าของกิจการเต็มรูปแบบ
  3. รูปแบบที่สามเป็นตัวแทนจำหน่าย

ธุรกิจแฟรนไชส์ “ น้ำพริกไทย ” เมนูคู่ครัวไทย สู่ตลาดแฟรนไชส์

ข้อมูลติดต่อธุรกิจแฟรนไชส์ น้ำพริกไทย
ชื่อผู้ติดต่อ : อาทิตย์ชัย แหลมหลัก
โทรศัพท์ : 08-1353-3596

หมายเหตุ รูปภาพที่ใช้เป็นเพียงสื่อประกอบบทความเท่านั้น