fbpx
Home » การพัฒนาตนเอง » 14 เรื่องน่าเบื่อที่คนประสบความสำเร็จมากๆเขาทำกันทุกวัน
14 เรื่องไร้สาระ ที่คนประสบความสำเร็จมากๆเขาทำกันทุกวัน

14 เรื่องน่าเบื่อที่คนประสบความสำเร็จมากๆเขาทำกันทุกวัน


14 เรื่องไร้สาระ ที่คนประสบความสำเร็จมากๆเขาทำกันทุกวัน

14 เรื่องน่าเบื่อที่คนประสบความสำเร็จมากๆเขาทำกันทุกวัน

เรื่องเล็กน้อยๆ ยิบย่อยบางเรื่องสำหรับบางคนอาจดูเป็นเรื่องไร้สาระ น่าเบื่อ แต่สำหรับบางคนนั้นเรื่องที่คนอื่นมองว่าไร้สาระ คือแหล่งไอเดีย โรงเรียนสอนธุรกิจที่ไม่ต้องจ่ายค่าเรียนที่คุ้มค่าที่สุด เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่คนประสบความสำเร็จมากๆเขาทำกันในแต่ละวัน

1. ใช้เวลาโฟกัสจุดสำคัญเพียงไม่กี่นาที
คนส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการโฟกัสกำหนดสิ่งที่จะต้องทำในแต่ละวัน ประมาณ 30 นาทีหรือเป็นชั่วโมง แต่สำหรับคนที่จะมีโอกาสในการประสบความสำเร็จอย่างมาก เขาจะใช้เวลา 1,440 นาทีของทุกวันให้มีคุณค่า โฟกัสหาแรงบันดาลใจหรือหัวข้อเด่นๆ อย่างที่โบราณว่า “เวลาเป็นเงินเป็นทอง” อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่คิดจะทำอะไรเลย ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญๆไปก็อย่าลืมที่จะจัดตารางเวลาในแต่ละวันให้ดี

2. โฟกัสเพียงสิ่งๆเดียว
ใช้เวลาโฟกัสหาเพียงสิ่งๆเดียว เมื่อได้สิ่งที่จะทำแล้วก็ใช้เวลาในการคิด วิเคราะห์ และทำความเข้าใจกับสิ่งนั้นให้ชัดเจนหรือสำเร็จเสียก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนหาหัวข้อใหม่ ทำทีละขั้นตอน อย่าทำหลายๆอย่างพร้อมกัน เพราะใช่ว่าทุกคนจะทำหลายสิ่งสำเร็จได้พร้อมกันและมีคุณภาพเท่ากัน

3. ข้ามรายการสิ่งที่จะต้องทำไปบ้าง
ไม่เป็นเป็นต้องทำรายการที่จะทำเป๊ะๆในทุกวัน เพราะจริงๆแล้วมีเพียงร้อยละ 40 เท่านั้นที่จะทำทุกอย่างได้สำเร็จตามตารางรายการประจำวันได้ทุกวัน แม้ว่าจะทำได้สำเร็จนั่นก็นำมาซึ่งความเครียดและส่งผลให้นอนไม่หลับ สมองไม่รับการพักผ่อน ต่อให้ทำทุกอย่างได้เสร็จและก็ทำได้ไม่ดี ไม่สมบรูณ์ ดังนั้นหากรายการไหนที่ทำไม่ทันก็ลองพิจารณาข้ามขั้นตอนหรือเลื่อนวันไปบ้าง

4. หาทางแก้ไขเรื่องเวลาได้เสมอ
จากข้อที่แล้ว ดังที่กล่าวว่าหากรายการไหนที่ทำไม่ทันก็ลองพิจารณาข้ามไปหรือเลื่อนไปวันอื่นดู ซึ่งการข้ามขั้นตอนหรือเลื่อนตารางรายการไปวันอื่นแทนนั้น เป็นสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับนักคิด หรือคนที่จะประสบความสำเร็จใดๆ เพราะจะต้องคิดหาเทคนิคหรือทางลัดในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ทันตามระยะเวลา แสดงให้เห็นว่าจะต้องใช้ทักษะและกระบวนการคิดมากพอสมควรที่จะทำให้เสร็จสมบรูณ์ โดยไม่กระทบกระเทือนเรื่องเวลา ดังนั้นจะเห็นว่าคนที่เขาประสบความสำเร็จนั้นมักจะแก้ปัญหาเรื่องเวลาได้เสมอ

5. ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน
ในที่นี้หมายถึงการโพกัสหาหัวข้อสำคัญๆและการกำหนดสิ่งที่จะทำในแต่ละวันให้เป็นเสมือนเรื่องที่เราต้องทำเป็นประจำทุกวัน เพื่อคนหนาไอเดียใหม่ๆและแนวทางในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น

Image credit: Hero Images | Getty Images
Image credit: Hero Images | Getty Images

6. จดทุกอย่างที่สำคัญ
“การจดบันทึก” ตัวช่วยที่สำคัญในการเก็บไอเดียสำคัญๆที่บังเอิญไปพบเจอจากในทุกๆสถานที่ เพื่อไม่ให้ไอเดียเหล่านั้นหายไปก็ควรที่จะจดบันทึกเอาไว้เสมอ พกสมุดโน้ต หรือใครที่คิดว่ามันล่าสมัยไปแล้วเดี่ยวนี้ก็ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตจดบันทึก แต่ถ้าใครที่ยังชอบความคลาสิก ยังอยากที่จะขีดๆเขียนๆด้วยลายมือตัวเอง ก็ใช้สมุดโน๊ตเล่มเล็กสักเล่มหนึ่งติดตัวไปกับคุณด้วย Aristotle Onassis กล่าวว่า “การพกสมุดโน้ตและจดทุกอย่างลงไป นั่นคือบทเรียนราคาแพงที่หาไม่ได้ในโรงเรียนสอนธุรกิจ”

7. เช็คอีเมลไม่กี่ครั้งต่อวัน
คนที่เข้าใจหลักการทำงานของธุรกิจ เขาจะไม่เช็คอีกเมลตลอดทั้งวันหรือทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเรียกเข้าของอีเมล แต่พวกเขาจะกำหนดเวลาในการตรวจสอบอีเมลของพวกเขาไว้แล้วจะตรวจสอบในช่วงเวลาใดบ้าง เพื่อประสิทธิภาพในการใช้เวลาทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่หมดเวลาไปกับการนั่งตรวจสอบอีเมลขยะ

8. หลีกเลี่ยงการประชุมที่สิ้นเปลืองเวลา
Mark Cuban ผู้ประกอบการชื่อดัง ได้ให้คำแนะนำที่ดีว่า “เขาไม่เคยใช้การประชุมเลย นอกจากการรับเช็ค” การประชุมในแต่ละครั้งนั้นจริงๆแล้วใช้เวลาในการถกเถียงเรื่องราวสำคัญๆจริงไม่กินเวลาเป็นวันๆ ส่วนเวลาที่เหลือก็จะเป็นการนั่งคุยนอกเรื่อง ซึ่งดังนั้นถ้าจะจัดการประชุมจริงๆควรให้กระชับและกินเวลาไม่นานและตรงประเด็น

9. ผู้ที่ประสบความสำเร็จมากๆ จะบอกว่า “ไม่” เกือบทุกอย่าง
“ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จ กับ คนที่ประสบความสำเร็จมากๆ คือคนที่ประสบความสำเร็จมากๆจะบอกว่า ‘ไม่’ กับทุกอย่างเกือบทั้งหมด” ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพวกเขาระลึกเสมอว่ากว่าจะประสบความสำเร็จนั้นต้องฝ่าฝันอะไรมาตั้งมากมาย อยู่ดีๆจะมาบอกเคล็ดลับให้คนอื่นไปได้อย่างง่ายๆทำไม?

10. ปฏิบัติตามกฎ 80/20
เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับหลักการของ “นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาเลียนชื่อ Vilfredo Pareto” สำหรับ Pareto Principle หรือกฎ 80/20 กล่าวคือ ร้อยละ 80 ของผลลัพธ์ ได้มาจากเพียงร้อยละ 20 ของที่มา ฉะนั้นคนที่มีเหนือกว่าคนอื่นจะทราบดีว่าจะทำอย่างไรให้ปัจจัยส่วนน้อยเป็นประโยชน์ต่อการเกิดผลส่วนใหญ่มากขึ้น

credit : www.linkedin.com
credit : www.linkedin.com

11. ทำงานอย่างเป็นระบบ
ลักษณะของผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จพวกเขาจะไม่มานั่งถามว่า “จะทำงานนี้ได้อย่างไร?” แต่พวกเขาจะ คิดวิธีในการทำงานนั้นๆให้สำเร็จ” พวกเขาจะมีกระบวนการคิดที่ดี ลำดับขั้นตอนและมอบหมายงานออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน เป็นระบบ

12. จัดการทุกอย่างเพียงครั้งเดียว
จะลองยกตัวอย่างเล่นๆดู..มีกี่ครั้งที่คุณได้รับบิลแจ้งค่าใช่จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต เป็นต้น แล้วคุณสามารถจัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นในทันที? แต่สำหรับผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมากๆนั้น จะพยายามจัดการทุกอย่างให้เสร็จในครั้งเดียว จะไม่รอจัดการในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหรือตอบอีเมล การจัดการเอกสารต่างๆ เพื่อลดอัตราความเครียดจากเรื่องเล็กๆน้อยๆ เพราะเบื้องหลังของความสำเร็จนั้นก็ยังคงมีความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานและจิตใจอยู่

13. ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในตอนเช้าสม่ำเสมอ
โดยส่วนใหญ่แล้วนักธุรกิจ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมากๆนั้นจะใช้เวลาทำกิจวัตรประจำวันแบบเดิมๆสม่ำเสมอ เช่น อ่านหนังสือพิมพ์ เช็คอีเมล หรือออกกำลังกายเบาๆ ไม่ก็รับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว หลายคนเชื่อว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้ผ่อนคลายและเตรียมพร้อมสมอง ร่างกายละจิตใจให้พร้อมสำหรับงานหนักตลอดทั้งวัน

14. พลังงานคือทุกอย่าง
“เราไม่สามารถเพิ่มเวลาให้มากขึ้นเพื่อที่จะได้มีเวลาในการทำอะไรๆได้นานขึ้น!!..แต่เราสามารถที่จะเพิ่มพลังงานและความมุ่งมั่นภายในตัวเราลงไปได้เพื่อให้พอดีกับเวลา” การดูแลตัวเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การนั่งสมาธิ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้สามารถเรียกพลังงานออกมาใช้งานได้อย่างเต็มที่เมื่อเราต้องใช้

สิ่งสำคัญนอกเหนือจากทั้งหมดทุกข้อที่กล่าวมา คือ “การลงมือทำ” ถ้าหากว่าเพียงแค่รับรู้ เข้าใจ แต่ไม่ลงมือทำ สุดท้ายแล้วมันก็จะเป็นเพียงแค่ทฤษฏีที่ยังคงอยู่บนกระดาษ ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ ถ้าหากอยากจะเป็นนักธุรกิจ ผู้ประกอบการระดับมหาเศรษฐี ก็รีบลงมือจัดการกับตัวเองเสียตั้งแต่ตอนนี้…

หมายเหตุ : รูปภาพที่ใช้เป็นเพียงสื่อประกอบบทความเท่านั้น