ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2
ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2

ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2

ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2

ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว
“เบสท์
ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2

ร้านอาหารญี่ปุ่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยธุรกิจร้านอาหาร จัดแต่งสวยงามพร้อมเสิร์ฟอาหารที่อยู่ในรสนิยมคนปัจจุบัน วันนี้เรามาพร้อมกับร้านอาหารญี่ปุ่นพร้อมเสิร์ฟเมนูราเมน ที่อิมพอร์ตเชฟมาจากญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการเป็นนักแสดงสาวสวยซึ่งเป็นหุ้นส่วนของร้าน ที่เริ่มต้นสาขาแรกก็กระแสดีจนต้องขยับขยายมาเปิดสาขาสอง บนทำเลทองใกล้สถานีรถไฟฟ้า ที่เดินทางแสนสะดวกสบาย

ร้านอาหารญี่ปุ่นมารุโมโมะ ราเมน” ก่อตั้งโดยสองหุ้นส่วน “สาวเบสท์ ชนิดาภา พงศ์ศิลป์” และแฟนหนุ่ม “ฮีโร่ ภัคสรุจน์ นาคาฮาร่า” เอ่ยถึงที่มาของชื่อร้านคือ มารุโมโมะ แปลว่าลูกท้อ เป็นลูกกลมๆ ที่มีรสชาติอร่อย คือตัวแทนความอร่อยที่ทางร้านเลือกมาเป็นชื่อธุรกิจ เพื่อสื่อสารว่าราเมนที่นี้มีรสชาติกลมกล่อมลงตัว โดยทางร้านจะเน้นขายเมนูราเมนเป็นหลัก แต่ก็จะมีเมนูอื่นๆ ประกอบด้วย

ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2

ร้านอาหารญี่ปุ่น มารุโมโมะ มีจุดเด่นที่เชฟซึ่งพ่วงตำแหน่งราเมนแชมเปี้ยน แถมยังมาจากประเทศต้นตำรับด้วย พร้อมปรุงอาหารด้วยรสชาติตามสูตรต้นตำรับ ในขณะเดียวกันก็ยังมีการปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นคนไทย โดยลูกค้าของทางร้านก็จะมีทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยมาทาน ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นจะทำสูตรญี่ปุ่นเสิร์ฟเลย แต่ถ้าเป็นคนไทยก็จะปรับรสชาติให้เข้ากับความนิยมของคนไทย ทั้งนี้ก็เพื่อเอาใจลูกค้าให้ตรงจุดนั่นเอง แม้แต่การตกแต่งร้านก็ยังปรับให้เข้ากับพฤติกรรมคนไทย เน้นความเรียบง่าย สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนญี่ปุ่น โดยคนญี่ปุ่นเขาจะมีวิถีที่เร่งรีบ อย่างการทานอาหารจะยืนทาน มีโต๊ะเอาไว้วางชามแต่ไม่มีเก้าอี้ แต่พอมาทำร้านในไทยก็ต้องทำให้เข้ากับคนไทย พฤติกรรมคนไทยไม่ยืนทานอาหาร ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม

ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2 ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2

จากที่ผ่านมาร้านอาหารญี่ปุ่น มารุโมโมะ สาขาแรกที่ตั้งอยู่ชั้น 3 บางกอกพลาซ่า โรงพยาบาลกรุงเทพ ผลตอบรับเป็นไปได้ดี บางวันคนเยอะถึงกับต้องแจกบัตรคิว สถานที่ของร้านก็ค่อนข้างคับแคบไม่เพียงพอต่อจำนวนลูกค้า อีกทั้งยังทำเลไม่สวยเท่าไร เพราะอยู่ในซอยลึกเดินทางลำบาก ทานได้เฉพาะคนในบริเวณนั้น ทั้งหมดที่กล่าวมาจึงเป็นที่มาของการขยับขยายร้าน โดยสาขาที่ 2 เปิดใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้า ในละแวกนั้นยังเต็มไปด้วยออฟฟิศสำนักงาน และเดินทางสะดวก รองรับลูกค้าได้มากขึ้น  โดยในสาขาสองมีขนาดร้านที่ใหญ่กว่าสาขาแรกเป็นสองเท่า และมีเมนูให้เลือกมากกว่า ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 50 เมนู ประกอบไปด้วยเมนูราเมนซึ่งเป็นเมนูหลักของร้าน และเมนูข้าวหน้าต่างๆ ให้ลูกค้าเลือก

ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2 ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2

ในส่วนของราคาขายอยู่ที่ชามละ 180 บาท กลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง อย่างสาขาแรกคนส่วนมากเป็นคนมาใช้บริการโรงพยาบาลกรุงเทพ ส่วนสาขาที่สองก็รายล้อมไปด้วยสำนักงานออฟฟิศหนาแน่น อีกทั้งยังมีกลุ่มนักศึกษาเดินทางไปถึงโดยง่ายด้วย สำหรับสาขาแรกรายได้ค่อนข้างอยู่ตัว และในสาขาที่สองมีการหมุนเวียนค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นเหตุผลมาจากทำเลที่ตั้งเป็นหลัก

ร้านอาหารญี่ปุ่น มารุโมโมะ เน้นการขายที่ตอบโจทย์ลูกค้าเป็นหลัก ในส่วนของอาหารคักสรรวัตถุดิบที่ได้คุณภาพ และปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยเชฟมืออาชีพ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และเกิดอัตราซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสาวเบสท์บริหารจัดการเองแทบทุกส่วน ทั้งประชาสัมพันธ์ การตลาด คิดโปรโมชั่น ฯลฯ อนาคตยังอยากเปิดสาขาที่ 3, 4, 5 ขยายต่อไปเรื่อยๆ ตั้งใจอยากขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ อย่าง เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต แต่คงทำได้แค่แพลนไว้ก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่มีเวลาเลย เนื่องจากงานในวงการรัดตัวอยู่

ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2 ร้านอาหารญี่ปุ่น “มารุโมโมะ” ความสำเร็จของสาว “เบสท์ ชนิดาภา” ขยายสู่สาขา 2

ข้อมูลติดต่อธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น มารุโมโมะ
ที่อยู่ : สาขา 1 ชั้น 3 Bangkok Plaza โรงพยาบาลกรุงเทพ, สาขา 2 ชั้น 2 The Seasons พหลโยธิน
โทรศัพท์ : 02-310-3680 (สาขาแรก), .089-927-8399 (สาขา 2)
Facebook : Marumomo まるもも食堂
Instagram : marumomo_ramen

หมายเหตุ รูปภาพที่ใช้เป็นเพียงสื่อประกอบบทความเท่านั้น
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : มารุโมโมะ