Home » ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ » 5 กุญแจสำคัญ สำหรับการสร้างเว็บไซต์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
image credit : http://www.speedysol.com/wp-content/uploads/2016/05/file.png

5 กุญแจสำคัญ สำหรับการสร้างเว็บไซต์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ


image credit : http://www.speedysol.com/wp-content/uploads/2016/05/file.png
image credit : speedysol.com

5 กุญแจสำคัญ สำหรับการสร้างเว็บไซต์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

ในปีที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเกิดการขายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากเว็บไซต์ดังๆแล้ว ยังมีเว็บไซต์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซทยอยเปิดตัวกันเพิ่มสูงมากขึ้น เนื่องจากเทรนธุรกิจที่หันไปทางออนไลน์สูงขึ้น ลูกค้าหรือผู้บริโภคเข้าใจและเข้าถึงกระบวนการซื้อ-ขายบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์มากขึ้นตามไปด้วย

แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจนั้น การจะมีเว็บไซต์ดีๆไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่เข้าใจหลักการของการสร้างเว็บไซต์ ต่อไปนี้คือ 5 กุญแจสำคัญสำหรับการสร้างเว็บไซต์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

1. กำหนดเป้าหมายของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
ขั้นตอนสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจหากต้องการจะสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ จะต้องกำหนดเป้าหมายของการสร้างเว็บไซต์ รวมทั้งรายละเอียดในส่วนอื่นร่วมด้วย เพื่อการประเมินโอกาสและความเป็นไปได้ในธุรกิจ เช่น

– กำหนดเป้าหมายการขายและผลกำไร
– กำหนดระยะเวลาในการลงทุนหรือการหาผู้ร่วมลงทุน
– กำหนดแนวทางในการวางเว็บไซต์ในการขายไปในทิศทางใด/กลุ่มลูกค้าใด/สินค้าประเภทไหน

นอกเหนือจากนี้คือ “วิสัยทัศน์” ซึ่งผู้ประกอบจะต้องมี ในโลกธุรกิจนั้นวิสัยทัศน์คือสิ่งที่ต้องนำมาใช้บ่อยที่สุด ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่มีความคิดที่ชัดเจน และมีวิสัยทัศน์ที่ช่วยให้ในการสร้างขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้ได้มา ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์และความเป็นไปได้ คิดให้ออกว่าคุณต้องการให้เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของคุณให้มีลักษณะอย่างไร? ตรวจสอบสิ่งที่คุณต้องการจะทำในฐานะเจ้าของเว็บไซต์ ยอดขายและกำไรของคุณจะมีลักษณะเช่นไร? เป็นต้น

2. สร้าง SEO และการตลาดด้านคอนเทนท์(Content)
SEO (search engine optimization) กลยุทธ์สำหรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ สิ่งจำเป็นในการทำธุรกิจออนไลน์คุณจะต้องใส่ SEO เพื่อกำหนด”คำค้นหา”สำคัญสำหรับทุกๆคอนเท้นส์ที่จะโชว์บนหน้าเว็บไซต์ของคุณ เพื่อพยายามเพิ่ม Traffic ที่มีคุณภาพเข้าสู่เว็บไซต์ การทำ SEO นั้นสามารถทำได้หลายรูปแบบทั้งจาก รูปภาพ หรือวีดีโอ เป็นต้น นอกจาก SEO แล้วนในคอนเท้นส์ต่างๆก็ควรจะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมดังต่อไปนี้ด้วย

– ชื่อสินค้า
– รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า
– ความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้า
– ลิ้งสินค้าอื่นๆที่เกี่ยวข้องหรือมีอยู่ในเว็บไซต์
– อื่นๆ

นอกจากนี้จะต้องคำนึงถึงความสามารถในการรองรับการแสดงผลบนหน้าจอได้ทุกอุปกรณ์ทั้ง PC แลปท็อป สมาร์ทโฟนโดยเฉพาะกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ต เพราะในปัจจุบันผู้บริโภคจะหันมาช้อปปิ้งออนไลน์กันมากและหนึ่งในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ที่ผู้บริโภคใช้ในการเลือกซื้อสินค้าคือสมาร์ทโฟน ดังนั้นการออกแบบเว็บไซต์จะต้องรองรับการใช้งานได้ดีบนสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตด้วย

สำหรับในส่วนของเนื้อหา (Content) ก็เช่นกันจะต้องใส่รายละเอียดให้ครบถ้วน ชื่อสินค้า การจัดส่ง ราคา สรรรพคุณ ชนิดหรือประเภทสินค้า ขนาด น้ำหนัก เป็นต้น ทั้งนี้จะต้องมีรีวิวตัวอย่างสินค้าทั้งแบบรูปภาพ หรือวีดีโอ เพื่อให้สร้างความน่าเชื่อถือ และยืนยันว่ามีสินค้าจริง และต้องไม่ลืมที่จะเพิ่มช่องความคิดเห็นเอาไว้ เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของลูกค้า เพื่อที่จะนำเอาปัญหา คำติชมเหล่านั้นมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น

5 กุญแจสำคัญ สำหรับการสร้างเว็บไซต์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (1)

3. เรียนรู้การโฆษณาออนไลน์สำหรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
เมื่อคิดจะสร้างธุรกิจอีคอมเมิร์ซแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการโฆษณาสินค้าบนโลกออนไลน์ด้วย ซึ่งวิธีที่ใช้ในการโฆษณาออนไลน์มีหลายรูปแบบ เช่น Google’s Ad หรือโฆษณาผ่านสื่อโซเชียล Facebook, Instagram และTwitterเป็นต้น โดยเฉพาะ Facebook ถือว่าเป็นสื่อโซเซียลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีความก้าวหน้าในแพลตฟอร์มการโฆษณาอีกด้วย ซึ่งรูปแบบที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นรูปแบบการโฆษณาที่ได้รับความนิยม และได้ผลตอบรับที่ดี สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้รวดเร็วและแม่นยำ

4. หาหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมการค้า (Partner)
ทุกธุรกิจสามารถเติบโตได้โดยหลายปัจจัย และการร่วมการค้าระหว่างธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจ ตัวอย่างการเป็นพาร์ทเนอร์ เช่น eBay และ PayPal สามารถทำงานร่วมกันแลเติบโตไปพร้อมๆกัน จนประสบความสำเร็จและกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

การจะประความสำเร็จในการหาพาร์ทเนอร์ จะต้องดูที่สถานการณ์ของแต่ละบุคคลด้วย เช่น ประเภทสินค้าหรือบริการ จะต้องคลอดคล้องและสามารถทำงานร่วมกันได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณผลิตสินค้า แต่ยังหาช่องทางในการจัดส่งไม่ได้ ก็อาจจะหาพาร์ทเนอร์ในการดูแลจัดส่งสินค้าให้แก่ธุรกิจของคุณ เป็นต้น

5. ความเสียหายจากการส่งเริมการขาย
สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซผู้ประกอบการจะต้องต่อสู้กับการนำเสนอขายสินค้าและถูกโกงเมื่อมีการนำสินค้าไปขายยังกลุ่มคู่ค้าต่างๆ เช่น สินค้าหรือผลิตภัณฑ์อาจจะรวมหรือถูกลบออกจากการเสนอขาย ในขณะที่สินค้าของคุณถูกลบหรือหายไปจากการเสนอขายก็ส่งผลให้สินค้ารายการอื่นๆได้รับยอดขายเพิ่มขึ้น หรือสินค้าบางชนิดที่จัดโปรโมชั่นเกิดการเสียหายจากการสัมผัสบ่อยๆ นี่เป็นภาระที่ผู้ประกอบการจะต้องแบกรับหากยอดขายไม่เพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมการขายที่ผิดพลาดเหล่านี้

Image credit: littleny | Shutterstock.com
Image credit: littleny | Shutterstock.com
ดังนั้นจาก 5 หัวข้อทั้งหมดที่กล่าวมา ผู้ประกอบการที่ต้องการจะสร้างเว็บไซต์ควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจ มองสถานการณ์ทั้งปัจจุบันและอนาคตให้ถี่ถ้วนเสียก่อน แม้ว่ากระแสธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะกำลังขยายตัวเติบโตอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จะช่วยลดอัตราการเกิดความเสี่ยงในธุรกิจของคุณได้