แบบ “ร้านขายของชำ – ร้านโชว์ห่วย” สวยๆ พร้อมเทคนิคตกแต่งร้าน

ร้านขายของชำหรือร้านโชว์ห่วย เป็นธุรกิจหรืออาชีพที่ยังคงมีมาจนถึงทุกวันนี้ ยิ่งในต่างจังหวัดเราจะยังคงเห็นร้านขายของชำอยู่แทบทุกหมูบ้าน แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป ร้านค้าต่างๆก็ต้องปรับและวิวัฒนาการให้ก้าวทันยุคสมัย เช่นเดียวกับร้านขายของชำและร้านโชว์ห่วยก็ต้องปรับตัวไปตามกระแส

แน่นอนว่ากลิ่นอายของร้านขายของชำคือการมีของขายแทบทุกชนิด วางเรียงรายไม่ได้จัดหมวดหมู่ ไฮไล้ท์อยู่ที่ความจำของเจ้าของร้านที่ไม่ว่าลูกค้าเรียกซื้ออะไรก็จำตำแหน่งที่ว่างสินค้าได้แทบทั้งหมด แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องปรับกลยุทธ์สู้กับร้านสะดวกซื้อที่นับวันยิ่งเข้ามาบทบาทและยิ่งชิงพื้นที่ตลาดไปเกือบทั้งหมด งัดเคล็ดลับอะไรออกมาสู้ได้ก็ต้องทำ เช่นเดียวกับการออกแบบร้าน ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญ เรามาดูว่าการจัดหน้าร้านแบบไหนบ้างที่ผู้ประกอบการร้านขายของชำควรทำ

1.จัดพื้นที่ทางเท้า
ขั้นตอนแรกในการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีกที่ทำกำไรได้ พิจารณาจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจกลยุทธ์การออกแบบโดยรวมของคุณ โดยทั่วไปลูกค้าต้องการที่จะสำรวจพื้นที่ของร้านค้าที่เข้าไปในตอนแรก อาจยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อในทันที ดังนั้นควรจัดวางพื้นที่ทางเท้าหรือพูดง่ายๆก็คือจัดเส้นทางให้ลูกค้าได้เดินชมสินค้านั่นเอง

การทำเช่นนี้นอกจากจะให้ความเป็นส่วนตัวกับลูกค้าแล้วยังเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าอื่นๆได้อีกด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะต้องสร้างเส้นทางที่สัมพันธ์กับขนาดพื้นที่ของร้านด้วย หากกั้นพื้นที่ทางเดินมาเกินไปอาจทำให้ไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับชั้นวางสินค้า

2. ผังชั้นวางของ
หลังจากที่กำหนดผังร้านค้าและเส้นทางเท้าแล้ว ก็มาถึงการจัดทำผังสำหรับวางของ โดยทั่วไปแล้วร้านขายของชำนั้นมีพื้นที่ไม่กว้างมากนัก ดังนั้นก็ควรจัดผังแบบง่าย ไม่ต้องสลับซับซ้อนมากจนเกินไป เพียงแค่แบ่งสัดส่วนให้พอดี

3. จัดหมวดหมู่สินค้า
แบ่งสินค้าตามประเภทและชนิด เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาสินค้าและสะดวกต่อการตรวจนับสต็อก การกำหนดหมวดหมู่จะช่วยให้ผู้ประกอบได้ทราบข้อมูลว่าสินค้าประเภทใดขายดีและเป็นที่นิยม นอกจากนี้การจัดหมวดหมู่และจัดวางเป็นนระเบียบยังสามารถกลายเป็นตัวช่วยในการตกแต่งร้านได้ เพราะยิ่งเป็นระเบียบสินค้าวางเรียสวยงาม ร้านค้าก็ยิ่งดูน่าสนใจมากขึ้นด้วย

4. จัดสินค้าแบบหน้ากว้าง
จัดสินค้าแบบหน้ากว้างหรือรูปตัววีคว่ำ การจัดสินค้าลักษณะนี้จะช่วยให้ร้านค้าดูกว้างขึ้นและมองเห็นสินค้าได้เกือบทุกประเภท และยังเหลือพื้นที่ให้สามารถจัดแสดงสินค้ามาใหม่หรือสินค้าลดราคา เป็นการตกแต่งที่ช่วยเพิ่มการขายได้ดีเลยทีเดียว

5. เลือกใช้สีโทนสว่าง
ปกติแล้วร้านขายของชำจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทาสีพื้นผนัง ทำให้ร้านดูไม่มีชีวิตชีวา ดังนั้นการทาสีสว่างๆ อย่าง สีเขียว สีฟ้า เป็นต้น จะช่วยร้านดูสดใสขึ้น ให้บรรรยากาศที่ดีขึ้น

6. แสงสว่าง
โดยทั่วไปแล้วร้านขายของชำ/ร้านโชว์ห่วยมักมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ทำให้ร้านค้าดูมืด น่ากลัวและไม่เป็นมิตรกับลูกค้า ดังนั้นควรเพิ่มหลอดไฟหรือโคมไฟส่องสว่างเข้าไป

7. การเพิ่มกระจก
หากผู้ประกอบการสามารถเพิ่มงบประมาณในการออกแบบร้านให้มีกระจกเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากจะทำร้านขายของด๊กว้างขึ้น โล่งขึ้น ยังสามารถช่วยปกปิดมุมอับต่างๆทำให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นได้ทุกส่วนทั่วร้าน

8. ตกแต่งด้วยต้นไม้
การใช้ต้นไม่เล็กๆหรือดอกไม้เล็กวางตกแต่งไว้บิรเวณหน้าร้าน จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ร้านดูผ่อนคลายขึ้น

9. เพิ่มเทคโนโลยี
แม้จะเป็นร้านขายของชำหรือร้านโชว์ห่วยที่มีการนาน แต่การเพิ่มเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทำให้ร้านคุณเป็นร้านโชว์ห่วยที่ทันสมัย เช่น เครื่องคิดเงินอัตโนมัติ สร้างระบบชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด เป็นต้น

10. เพิ่มพื้นที่จัดชิม
ลูกค้าส่วนใหญ่จะตัดสินใจซื้อได้อย่างง่ายดายเมื่อได้ลองชิม ดังนั้นหากคุณมีสินค้าที่สามารถนำมาจัดชิมเพื่อกระตุ้นยอดขายก็ควรทำ เปิดมิติใหม่ของร้านโชว์ห่วย ทั้งนี้ต้องพิจารณาสินค้าที่ควรนำมาจัดชิม เช่น เครื่องดื่ม น้ำผลไม่ อาหารทานเล่น เป็นต้น

ตัวอย่างร้านขายของชำ/ร้านโชว์ห่วย

การจัดร้านแบบหน้ากว้างเพิ่มพื้นที่ร้าน มองเห็นสินค้าได้ชัดเจนจากด้านนอก

จัดวางสินค้าแบบทรงสูง เหมาะสำหรับร้านขายของชำหรือร้านค้าที่มีขนาดเล็ก พื้นที่ใช้สอยน้อย

การจัดโซนพื้นที่สำหรับโชว์สินค้า เพื่อนำเสนอสินค้ามาใหม่หรือสินค้าขายดี กระตุ้นยอดขาย

ออกแบบร้านแบบโมเดิร์นลอฟ คือหลังคาสูงโปร่ง มีกระจกบานใหญ่ทำให้ร้านดูกว้างขึ้น โล่ง ให้บรรยากาศผ่อนคลาย