10 หลักการออกแบบหน้าร้าน “ขายเสื้อผ้าขนาดเล็ก”

ธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าขนาดเล็กในบ้านเรานั้นนับมาอยู่จำนวนมาก และเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ก็ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน และแม้ว่าจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นทุกวันในอุตสหกรรมนี้ แต่ผู้ประกอบการที่อยากประสบความสำเร็จก็ไม่ควรที่จะหยุดนิ่งและไม่หยุดที่จะพัฒนา สรรหาสิ่งใหม่เพื่อความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับร้านขายเสื้อผ้าของตัวเอง

การออกแบบร้านก็เช่นเดียวกัน เพราะมีส่วนในการดึงดูดลูกค้าและสร้างการรับรู้และจำจดร้านได้ผ่านการออกแบบ ทันทีที่ลูกค้าก้าวเข้ามาในร้านของคุณในช่วงสองสามวินาทีแรกที่พวกเขาไปดูรอบๆร้าน ลูกค้าจะตัดสินใจว่าจะอยู่ดูต่อหรือไม่ นี่คือเหตุผลที่รูปแบบและการออกแบบร้านค้าของคุณเป็นปัจจัยในการสร้างยอดขายที่สำคัญ

10 แนวคิดการออกแบบร้านค้าปลีก 

1.ทาสีผนังให้หนา
การทาสีผนังด้านใดด้านหนึ่งด้วยสีที่หนาเป็นวิธีที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่จะทำให้พื้นผนังดูมีชีวิตชีวา ยังทำให้ดูใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น ผนังที่ทาสีหนาสร้างภาพลวงตาได้ นอกจากนี้การวางผ้าหรือวอลล์เปเปอร์ที่พิมพ์ด้วยสีสันสดใสบนผนังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างเอฟเฟกต์ ในขณะที่เป็นการเพิ่มพื้นผิวและลวดลายที่สะดุดตาให้กับร้านค้าของคุณ

2. คิดในแนวตั้ง
การแสดงรายการสินค้าในระดับต่างๆ ช่วยเพิ่มพื้นที่และดึงดูดสายตาลูกค้าได้มากขึ้น จัดระดับการแขวนเสื้อผ้าจากระดับสายตาขึ้นไป 1-2 ส่วน แต่ไม่สูงจนเกินไปจนลูกค้าต้องหงายหน้ามอง แค่ให้อยู่ในระดับที่เอื้อมถึง การจัดในลักษณะนี้จะเหมาะกับร้านที่มีขนาดเล็กมากหรือเป็นห้องเสื้อเล็กๆ เป็นต้น

3.หลีกเลี่ยงการจัดให้รก
ร้านขายเสื้อผ้ายิ่งมีจำนวนแบบมากเท่าไหร่ยิ่งต้องจัดให้เป็นระเบียบมากเท่านั้น คุณไม่จำเป็นต้องโชว์สินค้าทุกตัวที่มี แต่ให้เลือกมาแบบละตัวเพื่อจัดโชว์หน้าร้าน แล้วเมื่อลูกค้าต้องการแบบไหน ขนาดไหน จึงค่อยไปหยิบมาจากลิ้นชักให้ลูกค้าลอง

4.ใช้ตู้เป็นตัวแบ่งพื้น
การแยกพื้นที่ออกให้เป็นสัดส่วนในร้านค้าเล็กๆ คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนกั้นห้องหรือสร้างกำแพงขึ้นมาให้เปรืองเงิน สามารถใช้แค่ตู้ทั่วๆไป ไม่ว่าจะเป็นตู้หนังสือ หรือตู้วางของก็ได้เช่นกัน แต่ต้องพิจารณาดูที่ไม่ใหญ่เทอะทะจนเกิน อาจกีดขวางการเดินเลือกซื้อของลูกค้าได้ นอกจากนี้ตู้ยังสามารถกลายเป็นของตกแต่งเก๋ๆไปได้โดยปริยาย

5. แสงสว่าง
แสงไฟเป็นเรื่องจำเป็นกับทุกๆธุรกิจร้านค้า การมีแสงสว่างที่พอเพียงจะช่วยให้การขายราบรื่นขึ้น ลูกค้าเห็นสินค้าชัดเจนทุกจุด สีสันตรงตามความต้องการ นอกจากนี้แสงสว่างยังช่วยกระตุ้นให้เกิดความกระตืนรือร้นได้อีกด้วย

6. เสียงเพลง
การมีเสียงเพลงเบาๆในร้านจะช่วยให้ลูกค้าได้เพลินไปกับการเลือกซื้อเสื้อผ้า และใช้เวลาอยู่ในร้านได้นานขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเปิดเพลง Hard Rock เพราะจะกระตุ้นให้ลูกค้าเลือกเร็วขึ้น เดินเร็วขึ้นตามจังหวะเพลง เลือกใช้ลำโพง Bluetooth เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับร้านเล็กๆ ไม่ต้องต่อสายไฟระโยงระยาง และที่สำคัญสามารถเล่นต่อเนื่องได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง

7.เพิ่มรหัส QR Code
เข้าสู่ยุคดิจิตัลอย่างเต็มตัว การชำระเงินเป็นเรื่องง่ายแค่มีโทรศัพท์มือถือ ผู้ประกอบการอาจเพิ่มคิวอาร์โค้ดสำหรับชำระเงิน รวมทั้งคิวอาร์โค้ดสำหรับช่องทางติดต่อร้านอื่นๆ เช่น Line, Facebook เป็นต้น โดยวางไว้ตามบนชั้นวางของต่างๆ

8.สร้างเส้นทางเดิน
สำหรับร้านขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่เพียงในการสร้างเส้นทางเพื่อให้ลูกค้าเดินไปตามจุดที่วางเอาไว้ เป็นการนำเสนอสินค้าและสร้างแรงดึงดูดใจจากสินค้าที่จัดวางตามเส้นทางนั้นๆ เป็นกลยุทธ์ควบคุมเส้นทางการจราจรภายในร้าน ที่สามารถกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี

9. จัดสินค้าโชว์
ลดความวุ่นวายและยุ่งเหยิงภายในร้านจากการค้นหาสินค้า ด้วยการเลือกสินค้าขึ้นจัดโชว์ โดยสร้างพื้นที่สำหรับจัดโชว์สินค้าทั้งสินค้ามาใหม่ และสินค้าขายดีวางไว้ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนทั้งจากภายนอกและทันทีที่เดินเข้าร้าน อาจจะเป็นบริเวณด้านทางหน้าทางเข้าของร้าน เป็นต้น

10. ติดตั้งกระจก
เพิ่มกระจกเพื่อทำให้ร้านค้ารู้สึกใหญ่ขึ้นได้ เหมาะสำหรับร้านค้าขนาดเล็กที่มีพื้นที่อย่างจำกัด กระจกยังช่วยปิดพื้นที่ว่างภายในร้านทำให้ร้านดูสมบูรณ์ขึ้น สวยงามขึ้น นอกจากนี้กระจกยังช่วยสะท้อนให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นทุกอริยบทของลูกค้าภายในร้านได้ ลดความเลี่ยงจากการถูกลักขโมยสินค้า

ตัวอย่างการตกแต่งร้านขายเสื้อผ้า

  • ตกแต่งสไตล์บูติก

  • ตกแต่งสไตล์มินิมอล

  • ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลอฟ