fbpx
Home » อาชีพเสริม » อาชีพเสริมหลังเลิกงานขาย “โจ๊ก” สูตรรสเด็ด สูตรทำง่าย กำไรเร็ว!

อาชีพเสริมหลังเลิกงานขาย “โจ๊ก” สูตรรสเด็ด สูตรทำง่าย กำไรเร็ว!


รวมสูตรทําอาหารขาย “โจ๊ก”,  โจ๊กหมู,  โจ๊กไก่  โดยได้ทำการเลือกสูตรอาหารขายดีพร้อมเปิดร้านอาหารเริ่มธุรกิจร้านอาหารได้ทันทีเหมาะสำหรับผู้สนใจอาชีพเสริม, สร้างอาชีพและอาชีพอิสระ

หากคุณมีสูตรทำอาหารขาย “โจ๊ก” ต้องการแบ่งปันและโปรโมทร้านคุณ  โปรดติดต่อ smeleader.thailand@gmail.com

1. ชื่อสูตรทําอาหารขาย : โจ๊กหมู ใส่ไข่

ส่วนผสมโจ๊ก :

  1. ปลายข้าวหอมมะลิใหม่ 1 กิโลกรัม 500 กรัม 250 กรัม
  2. เกลือป่นสำหรับคลุกกับข้าว 10 กรัม 5 กรัม 2.5 กรัม
  3. เกลือป่นสำหรับใส่ในน้ำเดือด 2 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมันพืชสำหรับคลุกกับข้าว 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนชา
  5. น้ำมันพืชสำหรับใส่ในน้ำเดือด 2 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. ไข่แดงของไข่เยี่ยวม้า 2 ฟอง 1 ฟอง 1/2 ฟอง
  7. น้ำเปล่าสำหรับช่วงแรก 4 ลิตร 2 ลิตร 1 ลิตร
  8. น้ำเปล่าสำหรับหลังน้ำงวด 2 ลิตร 1 ลิตร 1/2 ลิตร
  9. น้ำเต้าหู้ 2 ถุง 1 ถุง 1/2 ถุง
  10. ฟองเต้าหู้อ่อน นิดหน่อย นิดหน่อย นิดหน่อย

หมายเหตุ

  • น้ำเต้าหู้หรือน้ำถั่วเหลือง ใช้แบบขวดชนิดจืด (ถั่วเหลือง 100%) ขนาดเล็ก ยี่ห้อ OHAYO
  • ส่วนฟองเต้าหู้อ่อน จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แต่ถ้าใส่แล้วจะทำให้โจ๊กหอมขึ้น (เราไม่ได้ใส่)

วิธีทำโจ๊ก :

  • นำปลายข้าวหอมมะลิแช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือ 1 คืน หลังจากนั้นให้ซาวข้าว 1-2 น้ำ แล้วให้กรองเอาน้ำออก แล้วทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  • ผสมเกลือ + น้ำมันพืช + ไข่แดงของไข่เยี่ยวม้า ให้เข้ากันดี (ให้บดให้ละเอียด อย่าให้เป็นก้อนเพราะจะทำให้ เวลาไปเคี่ยวกับข้าวแล้วจะเห็นเป็นชิ้น ๆ ไม่น่าทาน)
  • หลังจากนั้นให้ใส่ข้าวที่พักให้สะเด็ดน้ำแล้วลงไปคลุกกับส่วนผสมไข่จนเข้ากันดี ถ้ามีชิ้นส่วนไข่ที่ไม่ละเอียดให้เลือกออกไปด้วย เดี๋ยวจะไม่น่าทาน
  • สีของข้าวหลังจากเอาไปผสมกับไข่แล้วจะออกสีเขียวคล้ำ แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ พอเราเอาไปเคี่ยวมันจะขาวขึ้นเองค่ะ
  • ส่วนตอนที่ผสมไข่กับเกลือ จะมีกลิ่นค่อนข้างแรง คล้ายกลิ่นกำมะถันเลย ไม่ต้องห่วง เพราะพอเอาไปเคี่ยวกลิ่นก็จะหายไป
  • เติมน้ำเปล่าลงหม้อ ใส่เกลือ น้ำมันพืช ต้มจนกระทั่งน้ำเดือด แล้วให้ใส่ข้าวที่ผสมกับไข่ไว้ลงไป แล้วใช้ไม้พายกวนข้าวไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะตรงก้นหม้อ มิฉะนั้นข้าวตรงก้นหม้ออาจจะไหม้ ทำให้ข้าวมีกลิ่น และสีไม่สวย ให้กวนจนกระทั่งข้าวเละและเหนียวได้ที่ (ข้าวที่เคี่ยวจะให้เม็ดข้าวเละขนาดไหนขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา) ขั้นตอนนี้สามารถเพิ่มเติมหรือลดน้ำได้
  • หลังจากที่เคี่ยวข้าวจนเละและเหนียวดีแล้ว ก็เติมน้ำเต้าหู้หรือน้ำนมถั่วเหลืองลงไป แล้วเคี่ยวต่อจนกระทั่งเข้ากันดีจนเหนียวและเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วยกลงจากเตา แล้วพักไว้

ส่วนผสมน้ำซุป :

  1. น้ำเปล่า 3 ลิตร 1+1/2 ลิตร 1 ลิตร
  2. กระดูกหมู 1-2 ชิ้น 1 ชิ้น 1 ชิ้น
  3. หอมหัวใหญ่ (ผ่าครึ่ง) 1 หัว 1/2 หัว 1/2 หัว
  4. กระหล่ำปลี 1/2 หัว 1/4 หัว 1/4 หัว
  5. หัวไชเถ้าเล็กหั่นเป็นแว่น ๆ 1 หัว 1/2 หัว 1/2 หัว
  6. น้ำตาลกรวด 1 ช้อนชา 1 ช้อนชา 1 ช้อนชา
  7. พริกไทยเม็ด (ขาว) 5-6 เม็ด 5 เม็ด 5 เม็ด
  8. กระเทียมทั้งกลีบ 10 กลีบ 5 กลีบ 3 กลีบ
  9. รากผักชี 3 ราก 2 ราก 2 ราก
  10. เกลือป่น 3 ช้อนโต๊ะ 2 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนโต๊ะ
  11. คนอร์ก้อน 3 ก้อน 2 ก้อน 1 ก้อน

วิธีทำน้ำซุป :

  • นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในหม้อ (ส่วนผสมทั้งหมดอาจจะใส่และห่อด้วยผ้าข้าวบางก็ได้) ต้มด้วยไฟแรงจนกระทั่งน้ำเดือด แล้วค่อยหรี่เป็นไฟกลางค่อนอ่อน แล้วต้มต่ออีกประมาณ 20 นาที

เคล็ดลับโจ๊ก :

  • การใส่น้ำเต้าหู้ หรือ น้ำนมถั่วเหลืองจะช่วยทำให้เข้าวมีความหอมมัน อร่อย และสีของข้าวจะขาวสวยน่าทานขึ้น
  • ให้อุ่นน้ำซุปด้วยไฟอ่อนไว้ ให้น้ำซุปร้อนอยู่เสมอ เวลาที่นำไปผสมกับข้าวที่ละชามจะได้ร้อนเร็วขึ้น

ส่วนผสมหมูสับ :

1 เนื้อหมูส่วนสะโพก 9 ขีด 6 ขีด 3 ขีด
2 สันคอหมู 1 ขีด 1/2 ขีด 1/4 ขีด
3 มันเปลว 1 ขีด 1/2 ขีด 1/4 ขีด
4 แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ 1/2 – 1 ช้อนชา
5 แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ
6 ผงฟู 1+1/2 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ
7 พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนชา
8 ซีอิ้วขาวสูตร 1 2 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ
9 ซอสภูเขาทองฝาเขียว 2 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำหมูสับ : 

  • นำส่วนผสมหมู + มันเปลว(ถ้าใส่) มาบดรวมกันให้ละเอียด แล้วนำไปแช่เย็นในช่องธรรมดา อย่างน้อย 1/2 ชั่วโมง เพื่อทำให้เนื้อหมูเด้ง
  • ใส่ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดลงไปในหมู + น้ำแข็งป่น 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนวดส่วนผสมให้เข้ากัน ใช้เวลาในการนวดประมาณ 8 – 10 นาที (เราใช้เวลานวดแค่ 5 นาที) ส่วนผสมจะเหนียวหนืดมาก
  • ใส่น้ำแข็งลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ นวดพร้อมกับยกส่วนผสมขึ้นฟาดกับภาชนะผสมที่ใช้นวด ให้นวดจนกระทั่งเนื้อหมูเด้งเป็นสปริง

ส่วนผสมตับสดหมัก :

1 ตับสดแร่เป็นชิ้นแล้ว 1/2 กิโลกรัม 250 กรัม 125 กรัม
2 แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนชา
3 ผงปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนชา
4 แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ 1/2 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนชา
5 น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา 1/4 ช้อนชา 1/4 ช้อนชา

วิธีทำตับสดหมัก : 

  • ใส่แป้งมันลงไปในตับที่แล่แล้ว คลุกให้เข้ากันประมาณ 10 นาที แล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเปล่า
  • ใส่ผงปรุงรส + แป้งข้าวโพด ในตับที่ล้างน้ำแล้ว คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันดี
  • ใส่น้ำมันงา แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันดี คลุมตับที่ผสมแล้วด้วยพลาสติกแร็ป แล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา อย่างน้อย 2 ชั่วโมง

การต้มไส้อ่อน / กระเพาะหมู / หัวใจ ส่วนผสม :

  • ไส้หมูอ่อน 250 กรัม
  • กระเพาะหมู 1 กระเพาะ
  • หัวใจหมู 1/2 ชิ้น
  • เกลือใช้ล้างหมู เล็กน้อย
  • ใบเตย 4-5 ใบ
  • ขิงแก่ 2-3 แว่น
  • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • เกลือใส่น้ำต้ม 1 ช้อนโต๊ะ

เราใส่เบกกิ้งโซดาประมาณ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ เนื่องมาจากเราต้มทั้งสามอย่างพร้อมกันเลย

วิธีทำ :

  • ล้างไส้หมู เราทำโดยการตัดไส้หมูให้มีความยาวประมาณ 10 นิ้ว หรือ สั้นกว่านั้น แล้วให้กลับด้านในออกมาด้านนอก แล้วล้างด้วยเกลือ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วกลับไส้กลับเข้าด้านใน พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  • ล้างกระเพาะ เราทำโดยการกลับเอาด้านในออกมา แล้วเอามีดเล่มเล็ก ๆ ขูดเอาเมือก และ สีเหลือง ๆ ที่ติดอยู่ในกระเพาะออก ล้างด้วยเกลือ แล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด ตัดกระเพาะแยกเป็น 2 ส่วนออกจากกัน (แยกชิ้นบนและล่างออกเป็นแผ่น) พักให้สะเด็ดน้ำ
  • หัวใจหมูล้างด้วยน้ำเปล่าธรรมดา พักให้สะเด็ดน้ำ
  • ใส่น้ำลงหม้อ ให้พอท่วมหมู ใส่ใบเตย + ขิงแก่ + เบกกิ้งโซดา + เกลือ ลงในน้ำ แล้วต้มจนกระทั่งน้ำเดือด
  • ใส่ไส้หมู กระเพาะหมู หัวใจหมูลงไปในน้ำเดือด ต้มไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไส้อ่อนนิ่มดี ใช้เวลาในการต้มประมาณ 1-2 ชั่วโมง (เราใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงก็เปื่อยดีแล้ว)
  • ระหว่างที่ต้มให้หมั่นตักฟองทิ้งด้วยนะคะ ฟองจะเยอะมาก และถ้าไฟแรงฟองอาจจะดันขึ้นมาจนกระทั่งล้นหม้อต้มได้ ดังนั้นหม้อที่ใช้ควรใบใหญ่พอสมควร และอย่าเปิดไฟแรงมากนัก
  • พอต้มไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมงเราก็ทดสอบว่าไส้อ่อนและกระเพาะนิ่มดีหรือยังโดยการใช้ช้อนส้อมจิ้มลงไปที่ไส้อ่อน และ กระเพาะหมู ถ้าช้อนส้อมจิ้มทะลุโดยง่าย แสดงว่า เนื้อสุกนิ่มดีแล้ว แต่ถ้ายังเด้ง ๆ อยู่ให้ต้มต่อจนกระทั่งนิ่มดี
  • หลังจากนั้นให้ตักขึ้นพักไว้ใสภาชนะมีฝาปิด เพื่อป้องกันลมไม่ให้โดน เพราะจะทำให้ไส้อ่อนและกระเพาะหมูมีสีคล้ำลมและผิวดูแห้งได้

การลวกไข่ไก่ :

  • เตรียมไข่ไก่ตามปริมาณที่ต้องการ ควรใช้ไข่ไก่ที่วางไว้ที่อุณภูมิปกติ ถ้าใช้ไข่ไก่ที่แช่เย็น ควรเอามาวางไว้ที่อุณภูมิปกติจนกระทั่งไข่ไก่หายเย็น มิฉะนั้น เมื่อนำไปแช่น้ำร้อนจัด อาจทำให้เปลือกไข่แตกร้าวได้
  • เตรียมหม้อที่มีขนาดความกว้างและสูงพอที่จะใส่น้ำได้เหนือไข่ประมาณ 2 นิ้ว (คือเมื่อใส่ไข่ลงไปแล้ว ระดับน้ำจะต้องอยู่เหนือไข่ไก่ประมาณ 2 นิ้ว)
  • ให้ต้มน้ำจนกระทั่งเดือดจัด แล้วต้มต่อหลังจากเดือดจัดแล้วอีกประมาณ 2-3 นาที แล้วค่อยปิดไฟ
  • ให้นำไข่ไก่ที่เตรียมไว้แล้วลงไปแช่น้ำร้อน แล้วจับเวลา 5-7 นาที (เราว่าแค่ 5 นาทีกำลังดี ไข่ขาวสุกเล็กน้อย ไข่แดงยังเป็นน้ำอยู่, เราใช้เวลา 6 นาที บางฟองไข่ขาวเริ่มสุกมาก ตัวไข่แดงเริ่มเป็นก้อน ดังนั้นถ้าใช้ 7 นาที ไข่ขาวจะสุกไม่เป็นน้ำ และไข่แดงจะจับตัวเป็นก้อน)
  • นำไข่ออกจากน้ำร้อนแล้วให้รีบนำไปแช่ในน้ำเย็นธรรมดาอีก 5 นาที แล้วค่อยนำไปทานได้

หมายเหตุ : ขอขอบคุณสูตรโจ๊กหมูใส่ไข่ by NaNa

2. ชื่อสูตรทําอาหารขาย : โจ๊กไก่ ไข่ข้น ข้าวหอมทิพย์นิล

ส่วนผสมโจ๊ก :

  • ข้าวหอมทิพย์นิล 75 กรัม
  • น้ำเปล่า หรือ น้ำสต็อก 5 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • เนื้อไก่ 100 กรัม
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย
  • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

วิธีทำโจ๊ก :

  • แช่ข้าวหอมทิพย์นิล ไว้ในน้ำ ประมาณ 15 นาที ระหว่างนั้นให้ล้างเนื้อไก่ให้สะอาด หมักด้วยเกลือ และพริกไทย พักไว้ เช่นกัน
  • ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นนำไก่ที่หมักไว้แล้วไปนึ่ง จนสุกค่ะ ประมาณ 20 นาที
  • ระหว่างรอ นำข้าวที่แช่ไว้ มาปรุงรส โดยเทน้ำทิ้งก่อน จากนั้นปรุงรสด้วยเกลือ และน้ำมัน จากนั้นก็ตั้งน้ำ 5 ถ้วยใส่หม้อ ต้นจนน้ำเดือด จากนั้นก็นำข้าวลงไปต้ม
  • ระหว่างรอตอนนี้ นำไก่ที่สุกแล้ว ออกมาฉีก หรือจะใช้มีดในการซอยก็ได้ค่ะ และแน่นอนค่ะ ตีไข่ ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทย จากนั้นนำไปเจียว ให้เป็นแผ่นบางๆ จนสุก จากนั้นนำขึ้นมาซอยเป็นเส้นๆ รอไว้
  • อย่าลืมกลับมาคนข้าวเป็นระยะๆ  และใช้ไฟเบาในการต้ม จนกว่าข้าวจะสุก จากนั้นก็คนไปเรื่อยๆ ประมาณ 20 นาทีจนน้ำเริ่มงวด และโจ๊กเริ่มเหนียว ก็เป็นอันเสร็จ
  • ตักใส่ชาม โรยด้วยไก่ฉีก ไข่เส้น และต้นหอมซอย

เคล็ดลับโจ๊ก :

  • อย่าลืมคนข้าวเป็นระยะๆ  และใช้ไฟเบาในการต้มจนกว่าข้าวจะสุก

หมายเหตุ : ขอขอบคุณสูตรโจ๊กอร่อยๆ จาก hongthongrice.com

3. ชื่อสูตรทําอาหารขาย : โจ๊กปลาเก๋า สูตรโจ๊กรสเด็ด

ส่วนผสมโจ๊กปลา :

  • ข้าวหอมมะลิ 1/2 กิโล
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • น่ำซุป 3 ลิตร
  • เนื้อปลาเก๋าหั่นพอคำ 1 ถ้วย
  • ขิงซอย
  • ต้นหอมซอย

วิธีทำโจ๊กปลาเก๋า :

  • นำข้าวหอมมะลิมาแช่น้ำและเกลือ 12 ชั่วโมง
  • ต้มน้ำซุปให้เดือด จากนั้นนำเนื้อปลาไปลวก และพักไว้ก่อน
  • ต้มข้าวหอมมะลิที่แช่น้ำในน้ำซุปเดือดใช้เวลาประมาณ 45 นาที พยายามคลนอย่าให้ข้าวไหม สังเกตุว่าข้าวเป็นโจ๊ก
  • เสริฟโจ๊ก โรยหน้าด้วยปลาเก๋า และโรยขิงและหอมซอย

เคล็ดลับการทำโจ๊กปลาเก๋า :

  • ปลาเก๋า ให้เลือกใช้ปลาที่สด ใหม่ โดยวัตถุดิบที่สด นั้นจะทำให้ได้อาหารที่อร่อย โดยไม่ต้องปรุงรสมาก การเลือกปลาที่สดๆ นั้น ให้ดูตาปลา ต้องใสๆ เหงือกยังสด สีแดงอยู่ เนื้อปลาแน่น ไม่นิ่ม เวลากด และยังเด่งอยู่ถือว่าใช้ได้
  • ปลาเก๋า ต้องนำมาล้างให้สะอาด โดยเทคนิคการล้างปลา ให้ใช้เกลือ ช่วยขัดผิวปลา ล้างให้เมือกที่หนังปลาออกใหม้หมด เมือกนี้แหละคือ ส่วนที่ทำให้ปลามีความคาว
  • การลวกปลา นั้น หากต้องการลดความคาว ให้ใส่ ข่า ตะไคร้ ลงไปด้วย เนื้อปลาจะลดความคาวลง
  • ข้าวที่นำมาใช้ทำโจ๊กนั้น เป็นข้าวหอมมะลิ หากได้ข้าวหอมมะลิใหม่ จะดีมาก ข้าวเวลาต้มจะนุ่มสวย น่ารับประทาน
  • น้ำซุป สำหรับ ต้มโจ๊ก นั้น หากใช้ น้ำซุปกระดูกหมู ได้จะดีมาก รสชาติของโจ๊กจะหวาน กลมกล่อม

หมายเหตุ : ขอขอบคุณสูตรโจ๊กรสเด็ด จาก nlovecooking.com

หากคุณมีสูตรทำอาหารขาย “โจ๊ก” ต้องการแบ่งปันและโปรโมทร้านคุณ  โปรดติดต่อ smeleader.thailand@gmail.com