Home » อินไซด์ธุรกิจ » เทรนด์ธุรกิจ ปี 2016 แนวโน้มธุรกิจที่น่าจับตามอง

เทรนด์ธุรกิจ ปี 2016 แนวโน้มธุรกิจที่น่าจับตามอง


image credit : startups.co.uk
image credit : startups.co.uk

เทรนด์ธุรกิจ ปี 2016 แนวโน้มธุรกิจที่น่าจับตามอง

นักธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จจะต้องก้าวทันยุคและอัพเดทเทรนด์ธุรกิจ ติดตามแนวโน้มธุรกิจไหนรุ่ง ธุรกิจไหนร่วง ต้องรู้เท่าทันและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้ก้าวทันธุรกิจยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดทุกปี เฉกเช่นเดียวกันเมื่อใกล้จะสิ้นสุดปี 2015 ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2016 การเริ่มต้นและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น

มิติแห่งยุค 2020 ยุคแห่งสังคมสมัยใหม่และวิวัฒนาการของเทคโนโลยี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เริ่มมีบทบาทมาก่อนแล้วในหลายปีที่ผ่านมา และเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นทุกๆปี และเมื่อความสะดวกสบายของเทคโนโลยีและการเข้าถึงข้อมูลผ่านการเชื่อมต่อที่ไร้พรมแดนในชั่วพริบตา ส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน ไม่ใช่แค่สังคมเมืองเท่านั้น ปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้แต่ในสังคมชนบทเองก็มีการปรับตัวเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อนการใช้งานถึงอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องยาก

ในแวดวงธุรกิจก็เช่นเดียวกันจากการทำธุรกิจแบบออฟไลน์ ก็เห็นมาทำธุรกิจออนไลน์หรือทำการตลาดออนไลน์กันมากขึ้น ผลพวงมาจากการวัฒนาการของเทคโนโลยีทั้งสิ้น ดังนั้นมาดูกันว่าในปี 2016 นี้ธุรกิจใดที่น่าจับตามอง

image credit : abundantlyyou.org
credit image : abundantlyyou.org


1. ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม

เทรนด์การดูแลสุขภาพมาแรงตั้งแต่ปี 2015 และยังคงมีแนวโน้มที่จะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้คนทุกเพศทุกวันหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เรื่องของการอาหารการกินก็ใส่ใจกันพิเศษ รวมทั้งนิยมรับประทานอาหารเสริมต่างๆมากขึ้นด้วย สังเกตได้จากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมีแบรนด์ใหม่เพิ่มขึ้นแทบทุกปี ยอดขายและกระแสการตอบรับที่ดีเยี่ยมก็เห็นได้ชัดว่า ผู้บริโภคยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับสินค้าประเภทนี้ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก อาหารเน้นดูแลสุขภาพ อาหารเสริมเพื่อผิวสวย อาหารเสริมดีท็อกซ์ล้างสารพิษ เป็นต้น นอกจากนี้ด้วยความที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้าเพื่อสุขภาพที่ได้มาตรฐาน ด้านการสาธารณสุขที่อยู่ในระดับแนวหน้าของภูมิภาคอาเชียน จึงเป็นที่ไว้วางใจของนานาประเทศ เมื่อมีการเปิดการค้าเสรี AEC ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพและความงามของไทยก็สามารถขยายตัวส่งออกขายไปยังประเทศสมาชิกได้ด้วย

image credit : senior-care-choices.com
image credit : senior-care-choices.com


2. ธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุ

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันหนุ่มสาววัยทำงานแต่งงานกันช้าขึ้น และนิยมมีบุตรเพียงแค่ 1-2 คนเท่านั้น และแน่นอนว่าทั่วโลกตอนนี้กำลังเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุ โดยจากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2554 พบว่าประเทศไทยมีผู้สูงอายุจำนวนถึง 8,266,304 คน คิดเป็นร้อยละ 12.2 เพิ่มขึ้นจาก 7,020.959 คน ในปี 2550 และจะเพิ่มอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งจากการคาดการณ์ของสหประชาชาตินั้นจำนวนผู้สูงอายุของประเทศไทยจะมีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน (ประมาณร้อยละ 16) ในปี 2558 และจะมีจำนวนมากกว่า 15 ล้านคน (ประมาณร้อยละ 23) ในปี 2568

ดังนั้นสินค้าประเภทที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ อาทิเช่น อาหารสำหรับผู้สูงอายุ บริการดูแลผู้สูงอายุ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ รวมทั้งสถานพยาบาลและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน

image credit : rigupstore.com
image credit : rigupstore.com


3. ธุรกิจโลจิสติกส์ และการขนส่งระหว่างประเทศ

ปี 2016 ก้าวเข้าสู่การเปิดการค้าเสรี (AEC) อย่างเต็มรูปแบบ หนึ่งในประเภทของธุรกิจที่จะคึกคักนั่นก็คือธุรกิจโลจิสติกส์ และการขนส่ง ทั้งนี้เมื่อมีการเข้ามาลงทุนของกลุ่มประเทศในอาเซียน การนำเข้าส่งออกสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นเรื่องสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้ ผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์ควรจะเตรียมแผนการขนส่งให้ครอบคลุมในทุกๆด้าน ทั้งบริการขนส่งสินค้าทางทะเล บริการโกดังและคลังสินค้า การจัดการการขนส่ง บริการเสริมต่างๆอย่างเช่น ด้านบรรจุภัณฑ์ บริการจัดการด้านศุลกากร และความปลอดภัยในการขนส่งสินค้า เป็นต้น เพื่อรองรับผู้ประกอบการจากประเทศต่างๆที่หลั่งไหลกันเข้ามาทำการค้าในประเทศไทยเมื่อมีการเปิดการค้าเสรีขึ้น

image credit : costamayalife.com
image credit : costamayalife.com


4. ธุรกิจเกษตรออแกนิค

ความใส่ใจด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆปี ทั้งที่ส่วนหนึ่งมาจากกระแสเทรนด์นิยมก็ดี หรือมาจากการผู้ที่รักสุขภาพก็ดี อย่างไรก็ตามส่งผลให้เกษตรออแกนิคมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในหลายๆประเทศทั่วโลก ประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าสินค้าเกษตรออแกนิคจะมีราคาที่สูงกว่าอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ผู้บริโภคก็ยังยินดีที่จะจ่ายเมื่อเทียบกับประโยขน์ที่จะได้รับจากการบริโภคผักและผลไม้ออแกนิค นอกจากนี้สินค้าเกษตรออแกนิคยังสามารถเข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้นได้ เมื่อมีมาตรฐานและความปลอดภัยทุกขั้นตอนการปลูกที่ไม่มีการปนเปื้อน พร้อมกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ทนทาน และเก็บได้นาน แน่นอนว่าสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้ สร้างโอกาสในการขายได้อีกมากทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยให้มากที่สุด

image credit : evolllution.com
image credit : evolllution.com


5. ธุรกิจด้านการศึกษา

ธุรกิจประเภทนี้น่าสนใจเช่นเดียวกัน สำหรับประเทศไทยเมื่อมีการเปิดการค้าเสรีกันขึ้นในภูมิภาคอาเซียน การหลั่งไหลเข้ามาของแรงงาน และการแย่งพื้นที่ในการทำงานย่อมสูงขึ้นเช่นกัน โดยพื้นฐานเด็กไทยก็ให้ความสำคัญในด้านการศึกษากันอยู่แล้ว สังเกตได้จากการเข้าติวเข้มตามสถาบันต่างๆ แต่เมื่อมีการเปิดประเทศรับแรงงานจากต่างประเทศที่มีอัตราค่าจ้างที่ถูกกว่าเมื่อจ้างคนไทย แถมแรงงานจากหลายประเทศยังใช้ภาษาต่างประเทศได้อย่างคล่องแคล่ว ดังนั้นการแข่งขันย่อมสูงอย่างแน่นอน และยิ่งการจะไปทำงานในต่างประเทศด้วยแล้วยิ่งต้องพัฒนาตนเองให้สูงขึ้นมากกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ธุรกิจด้านการศึกษาจะขยายตัวเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน

image credit : pymnts.com
image credit : pymnts.com


6. ธุรกิจด้านดิลิเวอรี่

ความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์สังคมเมือง ยุคแห่งดิจิตอลไม่ว่าจะทำอะไรก็ง่าย สะดวกสบายไปเสียทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น การสั่งซื้อสินค้า การสั่งจองสินค้าและบริการต่างๆ ก็รวดเร็วทันใจได้ด้วยปลายนิ้ว อีกประเภทธุรกิจที่ต้องให้ความสนใจในปี 2016 นี้ก็คือธุรกิจบริการดิลิเวอรี่ หรือที่เรารู้จักกันก็คือ “บริการจัดส่งถึงที่” นั่นเอง บริการเริ่มได้รับความนิยมมาแล้วในปีที่ผ่านมาและมีกระแสความนิยมเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบของคนเมืองในแต่ละวัน ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบาย ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาเดินทางให้ยุ่งยาก ไม่ต้องโมโหกับรถติดในกรุงเทพฯ รวดเร็วทันใจสั่งวันนี้ได้วันนี้ เลยทำให้ธุรกิจนี้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบริการจัดส่งอาหารและเครื่องดื่ม จัดส่งสินค้าแฟชั่น จัดส่งดอกไม้ จัดส่งของขวัญให้คนสำคัญในวันพิเศษ เป็นต้น

“และทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่มีแนวโน้มจะรุ่งในปี 2016 ข้อมูลเพิ่มเติมหรือธุรกิจที่น่าสนใจอื่นๆ ทางทีมงานจะหามานำเสนอให้แก่ผู้อ่านทุกท่านอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาข้อมูลการทำธุรกิจ”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ