fbpx
Home » เริ่มต้นทําธุรกิจ » เปลี่ยนขยะให้เป็นเงินล้าน ธุรกิจรีไซเคิลเริ่มต้นง่ายๆ

เปลี่ยนขยะให้เป็นเงินล้าน ธุรกิจรีไซเคิลเริ่มต้นง่ายๆ


ใครจะรู้ล่ะว่าขยะที่เราเห็นคนทิ้งเกลื่อนเต็มไปหมดนั้นจะสามารถสร้างรายได้มากมายมหาศาลให้กับเจ้าของธุรกิจขยะรีไซเคิล ขณะที่คนส่วนใหญ่มองว่าขยะเป็นสิ่งสกปรก น่ารังเกียจและไม่เป็นที่ต้องการ แต่มีคนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่มองเห็นลู่ทางและสามารถเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นเงินล้านได้ ในปัจจุบันธุรกิจการรีไซเคิลขยะอย่างเช่น ธุรกิจค้าของเก่าหรือรับซื้อของเก่าถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการใช้เงินลงทุนที่ไม่สูงมีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยากมากนัก และมีอัตราเสี่ยงน้อยกว่าธุรกิจด้านอื่นๆ รวมทั้งยังเป็นธุรกิจที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และช่วยลดปัญหาขยะล้นเมืองอีกด้วย นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังมีโอกาสที่ดีในการขยับขยายธุรกิจเดิมให้กลายเป็นธุรกิจ SMEs ขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นอีกด้วย

ในปัจจุบันมีขยะอยู่หลักๆ ทั้งหมด 6 ประเภทด้วยกันที่สามารถนำมารีไซเคิลและนำกลับมาใช้ต่อได้ ได้แก่ กระดาษ พลาสติก เหล็กหรือโลหะ แก้ว อลูมิเนียมและยาง ซึ่งผู้ประกอบการในบางธุรกิจก็อาจจะรับซื้อประเภทของขยะแค่เพียงประเภทใดประเภทหนึ่งหรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ แต่จากการสำรวจพบว่าขยะที่ถูกนำมาแปรรูปเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้น้อยที่สุดก็คือขยะแบบพลาสติก เนื่องจากมีการแปรรูปที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งสวนทางกับความต้องการของผู้บริโภคและร้านค้าต่างๆ ที่นิยมนำพลาสติกมาใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการที่จะพัฒนาศักยภาพในการแปรรูปพลาสติกให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ธุรกิจขยะรีไซเคิลก็ยังมีให้เลือกทำอยู่หลากหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยออกได้ดังนี้

ธุรกิจรับซื้อของเก่าหรือขยะรีไซเคิลเป็นธุรกิจที่รับซื้อสินค้าจากผู้บริโภคโดยตรงและไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก ขอแค่เพียงมีพื้นที่ในการจัดเก็บขยะที่รับซื้อมา และหลังจากที่นำขยะมาแยกประเภทและทำความสะอาดใหม่แล้วก็สามารถนำไปขายให้กับโรงงานที่รับซื้อในราคาที่สูงขึ้นได้อีกด้วย ถือเป็นการสร้างกำไรและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าที่ดูเหมือนไร้ค่าแต่ไม่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ ธุรกิจแบบ SMEs เต็มตัว ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจรับย่อยขยะพลาสติก ธุรกิจหลอม รีดและตัดเม็ดพลาสติก ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล ธุรกิจหลอมเหล็ก และธุรกิจอัดกระดาษ เป็นต้น ซึ่งธุรกิจเหล่านี้มีระบบการจัดการที่ชัดเจนและมีการลงทุนในปัจจัยการประกอบการต่างๆ ที่ต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูงมากทีเดียว การจะทำธุรกิจนี้เราจำเป็นจะต้องเลือกทำเลที่ตั้งของโรงงานให้เหมาะสมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เลือกเครื่องจักรที่เหมาะกับการนำมาใช้แปรรูปขยะรีไซเคิลแต่ละประเภท และว่าจ้างพนักงานที่มีศักยภาพมากเพียงพอ

ดังที่กล่าวไปแล้วว่าธุรกิจขยะรีไซเคิลนั้นเป็นธุรกิจที่สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีอัตราเสี่ยงที่น้อยกว่าธุรกิจแบบอื่นๆ รวมทั้งยังเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและช่วยลดปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ วันให้ลดลงได้อีกด้วย ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่จึงให้ความสนใจอยากทำธุรกิจประเภทนี้กันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจประเภทนี้มีอัตราการแข่งขันที่สูงมาก ดังนั้นผู้ที่สนใจอยากจะทำ จึงควรวางแผนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างรากฐานของธุรกิจให้มั่นคง และเพื่อเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นอีกด้วย รายละเอียดของกลยุทธ์ในการลงทุนทำธุรกิจมีดังต่อไปนี้

อย่างแรกที่ผู้ลงทุนควรจะทำคือเลือกว่าเราต้องการประกอบธุรกิจแบบไหนและเหมาะที่จะทำธุรกิจประเภทใด หากเรายังมีเงินลงทุนที่ไม่มากพอเราก็อาจจะเริ่มจากธุรกิจที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง อย่างธุรกิจรับซื้อของเก่าหรือขยะรีไซเคิลก่อนและเมื่อมีเงินทุนมากพอแล้ว เราก็ค่อยๆขยับขยายธุรกิจของเราให้กลายเป็นธุรกิจแบบ SMEs เต็มตัว นอกจากนี้เราจะต้องเลือกด้วยว่าเราต้องการรับซื้อขยะประเภทใดและต้องการรับซื้อทั้งหมดกี่ประเภท

อย่างที่ 2 คือ หาพื้นที่ในการจัดเก็บขยะ หากเราทำธุรกิจประเภทแรก เราก็ควรที่จะหาพื้นที่ในการเก็บขยะที่เหมาะสมซึ่งอาจจะเป็นโกดังที่อยู่ใกล้บ้านหรือพื้นที่ภายในบ้านเองเพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการนำไปขายต่อ อีกทั้งสถานที่ในการรับซื้อขยะรีไซเคิลจากลูกค้าก็ควรตั้งอยู่บริเวณที่มีถนนตัดผ่านและเดินทางเข้ามาได้อย่างสะดวก แต่ถ้าหากทำธุรกิจแบบที่ 2 เราก็ควรจะหาทำเลที่ตั้งสำหรับโรงงานที่เหมาะสมและห่างไกลจากชุมชนเพื่อป้องกันการสร้างมลภาวะและความสกปรกต่อสิ่งแวดล้อม หากเราเลือกทำเลได้ดีก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะช่วยให้การลงทุนประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

อย่างที่ 3 คือ การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ผู้ประกอบการควรกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการทำธุรกิจด้วยให้ชัดเจนรวมทั้งต้องสัมพันธ์กับธุรกิจด้วย เพื่อให้ตรงตามความต้องการของทั้งลูกค้ากลุ่มเป้าหมายและผู้ประกอบการธุรกิจเอง

อย่างที่ 4 คือ การคัดแยกขยะและการทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากที่เรารับซื้อของเก่าและขยะรีไซเคิลเข้ามาแล้ว เราก็ควรจะเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเหล่านี้ด้วยการคัดแยกประเภทของขยะแต่ละชนิดและนำไปทำความสะอาดให้ดูใหม่หมดจด ก่อนที่จะนำไปขายต่อให้กับโรงงานกลุ่มเป้าหมายที่รับซื้อ

อย่างที่ 5 คือ การจัดสรรทรัพยากรบุคคล สำหรับธุรกิจแบบ SMEs ที่มีโรงงานเป็นของตัวเองนั้นแน่นอนว่าผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องว่าจ้างพนักงานเพื่อมาช่วยดูแลและบริหารงานแต่ละส่วนในโรงงาน ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้นั้นก็คือทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรจัดฝึกอบรมและสัมมนาอยู่เสมอเพื่อให้พนักงานเข้าใจถึงขั้นตอนการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี

อย่างที่ 6 คือ ผู้ประกอบการควรติดตามสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อราคาของขยะอยู่เสมอ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ในการซื้อและขายสินค้ารีไซเคิลเหล่านี้เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด เนื่องจากราคาของขยะรีไซเคิลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

อย่างที่ 7 คือ การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจการค้า เจ้าของธุรกิจควรประกอบการค้าอย่างสุจริจริงใจและซื่อสัตย์ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อคู่ค้านอกจากนี้ผู้ประกอบการยังควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อคู่ค้าเอาไว้หลายๆ รายเพื่อกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ในกรณีที่สินค้าขาดตลาด

อย่างที่ 8 คือ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ อย่างเช่นการจัดซื้อเครื่องจักรที่ช่วยในการจัดเก็บและขนส่งขยะรีไซเคิลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วเพื่อประหยัดเวลาและก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจขยะรีไซเคิลคือการวางแผนกลยุทธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเรายังควรเลือกธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดด้วย นอกจากการวางแผนเพื่อพัฒนาให้ธุรกิจขยายตัวและได้ผลกำไรสูงสุดแล้ว เรายังควรแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อมในสังคมและชุมชนที่เราอาศัยอยู่ อีกทั้งเรายังควรประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและไม่ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้โรงงานต้องเดือดร้อน เพื่อช่วยให้เราสามารถดำเนินธุรกิจนี้ได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต