fbpx
Home » อาชีพทําเงิน » เปิดร้านขายยำ ใช้เงินเท่าไร? ต้องทำอย่างไรบ้าง?

เปิดร้านขายยำ ใช้เงินเท่าไร? ต้องทำอย่างไรบ้าง?


เปิดร้านขายยําดีไหม? หนึ่งเมนูสร้างอาชีพที่ไม่ควรมองข้าม แม้ในปัจจุบันจะมีร้านขายยำอยู่เรียงรายเต็มไปหมด โดยร้านยำยอดนิยมเช่น  เปิดร้านขายยำทะเล  เปิดร้านขายยำมะม่วง  เปิดร้านขายยำลูกชิ้น  ขายยำปูม้า  ขายยำวุ้นเส้น  ขายยำแซวมอล  แต่พ่อค้าแม่ค้าแต่ละร้านก็มีความเป็นเฉพาะตัวและมีกลยุทธ์ในการหาลูกค้าที่แตกต่างกัน ดังนั้นถึงต่อให้เป็นตลาดที่มีคู่แข่งมาก ทว่าสามารถฉีกรูปแบบสร้างความโดดเด่นและที่สำคัญรสชาติถูกอกถูกใจไม่ว่าจะธุรกิจอาหารประเภทใดก็ยึดพื้นที่ในตลาดได้ไม่ยาก

ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนเปิดร้านขายยำ

  1. กำหนดรูปแบบการขายว่าจะขายยำประเภทไหน ยำทั่วๆไป เช่น ยำรวมมิตร ยำวุ้นเส้น ยำมาม่า ยำมะม่วง หรือยำเฉพาะทางเน้นขายอย่างใดอย่างหนึ่งไปเลย เช่น ยำซีฟู้ดส์ ก็จะมีแต่เมนูยำที่เป็นซีฟู้ดส์ไปเลย
  2. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ดูกลุ่มเป้าหมายจะต้องสัมพันธ์กับพื้นที่ หากทำเลที่ตั้งเป็นหน้าโรงเรียน มาหาวิทยาลัย กลุ่มลูกค้าก็จะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา วัยรุ่นและผู้ปกครอง
  3. กำหนดทำเลที่ตั้ง ต้องเป็นสถานที่มีผู้คนพลุกพล่าน อย่าง ตลาดนัด หน้าโรงเรียน หน้าสำนักงาน หน้ามหาวิทยาลัย หอพัก อพาร์ทเม้นต์ เป็นต้น
  4. กำหนดงบประมาณในการลงทุน รูปแบบร้าน อุปกรณ์ในการขายต่างๆ
  5. ฝึกฝีมือให้ชำนาญและได้รสชาติที่คงที่

ขั้นตอนการลงทุน  เปิดร้านขายยำใช้เงินเท่าไร

ในส่วนนี้จะขอแนะนำการลงทุนแบบประหยัด เปิดร้านตั้งโต๊ะเล็กๆ ขายตามตลาดนัดหรือหน้าโรงเรียน หน้าออฟฟิศ โดยเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นอาชีพและผู้ที่กำลังมองหาอาชีพเสริมทำขายช่วงวันหยุดหรือหลังเลิกงาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. งบการลงทุนร้านขายยำ

งบการลงทุนจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ “ค่าวัตถุดิบ และ ค่าอุปกรณ์” ซึ่งคำนวณจากการขายยำทั่วไป เช่น ยำรวมมิตร ยำมาม่า ยำวุ้นเส้น เป็นต้น ควรใช้เงินไม่เกิน 4,000 บาท

วัตถุดิบจำเป็น อาทิ

  • กุ้งสด ปลาหมึกสด หมูสับ ไส้กรอก ลูกชิ้นปลา ปูอัด (ใช้งบประมาณ 500 บาท เฉลี่ยกิโลกรัมละ 85 บาท)
  • มาม่า วุ้นเส้น (ใช้งบประมาณ มาม่า 1 ลังมี 30 ซองราคา 200 บาท, วุ้นเส้น 500 กรัม ราคา 80 บาท)
  • เครื่องปรุงน้ำยำ เช่น น้ำปลา มะนาว พริกสด พริกป่น น้ำตาลทรายหรือน้ำเชื่อม ต้นหอมผักชี (ใช้งบประมาณส่วนนี้ไม่เกิน 300 บาท)

อุปกรณ์จำเป็น อาทิ

  • โต๊ะสี่เหลี่ยมขนาดกลาง ราคาประมาณ 500 บาท
  • ถ้วยโฟมขนาด 17 x 6 ซม. แพค 100 ใบ ราคาประมาณ 50 บาท
  • ส้อมพลาสติก แพค 100 ใบ ราคาประมาณ 80 บาท
  • อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ถ้วยสำหรับใส่เครื่องปรุงและของสด ตะกร้าเล็กๆ ผ้าปูโต๊ะ ใช้งบไม่ควรเกิน 200 บาท

จะเห็นว่างบประมาณที่ใช้ทั้ง 2 ส่วนนี้จะอยู่ที่ 1,910 บาท ซึ่งยังเหลือเงินอีกประมาณ 2,090 บาท ผู้ประกอบการสามารถเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าเช่าพื้นที่ขายของ ซึ่งค่าเช่าพื้นที่จะแตกกันไปตั้งแต่วันละ 300 – 500 บาท

2. ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

อาหารประเภทยำจะขายดีในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ดังที่กล่าวไว้เบื้องต้นว่าให้มองหาทำเลที่ใกล้ย่านชุมชนหรือแหล่งที่ทำงานท่านจะมีโอกาสขายมากขึ้น  โดยส่วนมากพ่อค้าแม่ค้าจะเปิดร้านขายยำตลาดนัดใกล้แหล่งชุมชน

3. การตั้งราคาขายยำ

  • ราคาประเภทยำใส่ถ้วยโฟมขนาด 17×6 ซม. ควรขายที่ 35 – 40 บาท เป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับการขายสารพัดยำทั่วไป
  • ส่วนหากมีการสั่งพิเศษหรือสั่งขนาดยักษ์ก็ให้บวกราคาเพิ่มตามราคาวัตถุดิบที่ซื้อมาจริง และแจ้งราคาลูกค้าก่อนเพื่อให้ลูกค้ารับทราบข้อตกลงร่วมกันจะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง

กลยุทธ์การเปิดร้านขายยำ

  1. ตั้งชื่อร้านให้เก๋ ชื่อร้านมีส่วนสำคัญในการสร้างความจดจำให้แก่ลูกค้า ชื่อจำง่าย สั้นๆ แปลกๆ จะยิ่งทำให้มีความโดดเด่น เช่น ยำจี๊ดจ๊าด ยำปะล่ะ เป็นต้น
  2. จัดร้านให้เรียบร้อย แยกวัตถุดิบใส่ภาชนะ ให้ง่ายต่อการใช้งานอีกทั้งยังทำให้ร้านดูดี น่าซื้อ
  3. รักษาความสะอาด ดูแลให้ภาชนะสะอาด ใช้ฝาครอบหม้อสำหรับยำป้องกันแมลงวันตอมหรือฝุ่นลงไป รวมทั้งดูแลความสะอาดรอบๆบริเวนที่ตั้งร้านขาย ไม่ปล่อยให้มีขยะหรือมีน้ำขังส่งกลิ่น และต้องไม่ลืมดูแลตัวเองให้สะอาดสะอ้าน ใส่หมวกกันผมหล่นลงไปในอาหาร ล้างมือให้สะอาดก่อนทำอาหาร
  4. สร้างจุดเด่นให้ร้าน เช่น อาจจะเพิ่มเมนูพิเศษ เพิ่มขนาด เพิ่มรสเผ็ดหลายระดับ
  5. แตกไลน์สินค้า ต่อยอดโดยการทำน้ำยำขายสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง
  6. เพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยการสร้าง Fanpage Facebook, หรือ อินสตาร์แกรม เป็นต้น
  7. ร่วมเป็นร้านในแอพลิเคชั่นสั่งอาหารต่างๆ อาทิ Grab Food, Food Panda, Line Man เป็นต้น

คำแนะนำเพิ่มเติม

  1. รสชาติที่เสมอต้นเสมอปลายคือ “หัวใจสำคัญของการขายอาหาร” ดังนั้นไม่ว่าจะในช่วงแรกของการขายหรือช่วงที่โด่งดังจนขายดี “ความอร่อย” ไม่ควรลงแต่ควรดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะถึงบริการดี ราคาถูก แต่รสชาติแย่ คนก็ไม่อยากซื้อ
  2. มีใจรักการขาย ยิ้มแย้ม แจ่มใส คุยสนุก เป็นบุคลิกอันพึงมีของพ่อค้าแม่ค้า ต่อให้ในวันนั้นลูกค้าต้องรอต่อแถวนานแต่การพูดจาถ้อยทีถ้อยอาศัยจะทำให้ลูกค้าสามารถรอได้อย่างเต็มใจ
  3. มีปัญหาต้องรีบแก้ อุปสรรคมันต้องมีด้วยกันทุกอาชีพ เมื่อเจอปัญหาต้องจัดการโดยทันที เช่น ทำผิดเมนูต้องรีบแก้ไขเปลี่ยนใหม่ หรือลูกค้าเจอสิ่งแปลกปลอมต้องรีบทำให้ใหม่และกล่าวคำขอโทษ แล้วนำไปปรับปรุง

เคล็ดลับ : แจกสูตรน้ำยำรสเด็ด

สูตรน้ำยำที่ 1

วัตถุดิบ

  • พริกจินดาแดงซอย
  • น้ำตาลปี๊บ ½ ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • นำน้ำตาลปี๊บ น้ำปลาและน้ำมะนาวมาผสมและคนให้น้ำตาลละลาย จากนั้นใส่พริกจินดาแดงซอยลงไปในชามคนให้เข้ากันแล้วนำไปคลุกกับวัตถุดิบอื่นๆ

ตัวอย่างเมนู : ยำวุ้นเส้น ยำหมูยอ ยำเล็บมือนาง ยำเส้นมาม่า เป็นต้น

สูตรน้ำยำที่ 2

วัตถุดิบ

  • พริกเผา ½ ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดงซอย
  • ตะไคร้ซอย
  • พริกจินดาแดงซอย
  • พริกขี้หนูแห้งซอย
  • กระเทียมซอย
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • นำน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา พริกเผาและน้ำมะนาว มาผสมแล้วคนให้ละลาย จากนั้นใส่พริกจินดาแดงซอย กระเทียมซอย พริกขี้หนูแห้งซอย หอมแดงซอยและตะไคร้ซอยลงไปแล้วคนให้เข้ากัน

ตัวอย่างเมนู : ยำหอยนางรม ยำหอยแครง เป็นต้น