fbpx
Home » เริ่มต้นทําธุรกิจ » แนวทางเปิดศูนย์อาหารให้เช่า พร้อมข้อมูลเริ่มต้นธุรกิจ

แนวทางเปิดศูนย์อาหารให้เช่า พร้อมข้อมูลเริ่มต้นธุรกิจ


ศูนย์อาหารเป็นแหล่งรวมร้านค้า ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ ขนม ฯลฯ โดยส่วนมากเราจะเจอศูนย์อาหารอยู่ตามร้านสรรพสินค้า ตลาดใหญ่ๆ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล สำนักงาน ออฟฟิศ หรือตามศูนย์ราชการใหญ่ๆ ทั้งนี้ก็เพราะการสร้างศูนย์อาหารนั้นต้องเน้นเรื่องทำเลที่ตั้งเป็นหลัก ยิ่งมีผู้คนพลุกพล่านมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดีมากเท่านั้น จุดเด่นของศูนย์อาหารคือ มีความหลากหลาย ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน เครื่องดื่มร้อน-เย็น ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ไม่แพงจนเกินไป เมื่อเทียบกับความสด สะอาด และได้รับริการที่ดี มีโต๊ะ+เก้าอี้ให้นั่ง มีแอร์เย็นๆ

แต่การจะสร้างศูนย์อาหารให้เช่านั้นก็ต้องคำนึงถึงหลายส่วนเช่นกัน ไม่ใช่ว่าแค่มีพื้นที่แล้วก็สามารถสร้างและเปิดทำเป็นธุรกิจขึ้นมาได้ทันที ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาองค์ประกอบของธุรกิจให้ถี่ถ้วนเสียก่อน แต่หากผู้ประกอบการท่านไหนที่กำลังอยากจะลองจับธุรกิจศูนย์อาหาร เรามีแนวทางในการพิจารณาและเตรียมตัวในเบื้องต้นมาแนะนำกัน ดังนี้

เงินทุน

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจะลงทุนเปิดศูนย์อาหารเอง ไม่ได้เช่าพื้นที่ห้างสรรพสินค้าหรือพื้นที่ตลาดมาและสร้างเป็นศูนย์อาหาร “เงินทุน” ถือเป็นเรื่องสำคัญมากท่านจะต้องมี “เงินทุนสำหรับสร้างศูนย์อาหาร” แบ่งเป็น ค่าซื้อที่ดิน หากมีที่ดินอยู่แล้วในทำเลที่ดีก็สามารถสร้างได้เลย แต่หากยังไม่มีพื้นที่ก็ต้องซื้อที่เอง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยอีกหลายรายการตามมา ไม่ว่าจะเป็น ค่าตกแต่งสถานที่, ค่าวางระบบน้ำ – ไฟฟ้า – ระบบดูดควัน, ระบบรักษาความปลอดภัย และ “เงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ” ใช้สำหรับค่าจ้างพนักงานและค่าใช้จ่ายในระบบธุรกิจ ในกรณีที่ต้องเช่าพื้นที่ ต้องเตรียมเงินในส่วนค่าประกันความเสียหายต่างๆ และค่าเช่าล่วงหน้าตามเงื่อนไขต่างของเจ้าของพื้นที่

หลักการเลือกทำเล

เปิดศูนย์อาหารการเลือก “ทำเล” สำคัญมาก เพราะถ้าเลือกผิดมีสิทธิ์เจ๊งทันที ต้องเน้นย่านที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือมีคนอาศัยอยู่จำนวนมาก เป็นทางผ่านไปยังสถานที่ราชการหรือสถานที่ทำงานด้วยก็จะยิ่งดี เพราะศูนย์อาหารนั้นกลุ่มลูกค้าคนสำคัญคือกลุ่มวัยทำงาน หากศูนย์อาหารตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี ก็จะเป็นที่ต้องการของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่มองหาพื้นที่ในการขายของ เปิดร้านค้า

หลักการออกแบบศูนย์อาหาร

  • เน้นสร้างให้สูงโปร่ง โล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ศูนย์อาหารโดยทั่วไปหากไม่ใช้ในห้างสรรพสินค้าก็จะไม่มีเครื่องปรับอากาศ ควันจากการประกอบอาหาร บวกกับความร้อนของสภาพอากาศ อาจทำให้รู้สึกอึดอัดได้ ดังนั้นควรตกแต่งให้มีพื้นที่ระบายอากาศเยอะๆ
  • มีแสงสว่างที่เพียงพอ ส่องสว่างทั่วถึงทุกร้านค้า ติดตั้งให้ถูกต้องตามหลักของความปลอดภัย ป้องการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในศูนย์อาหาร
  • ระบบจัดการน้ำที่ดีพอต่อความต้องการ วางท่อน้ำทิ้งให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จะได้ไม่เลอะเทอะ สร้างความสกปรกและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ รวมถึงแมลงและสัตว์ร้ายต่างๆ
  • รักษาความสะอาด ความสะอาดของพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญของผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการร้านค้าในศูนย์อาหาร ในแต่ละวันจะมีลูกค้าเข้ามาจำนวนมากดังนั้นจึงต้องมีการจัดเตรียมพนักงานคอยดูความสะอาดให้ทันท่วงที เก็บจานชาม ช้อนส้อม เช็ดโตะให้พร้อมให้บริการอยู่เสมอๆ

หลักการดำเนินงาน

  • คัดเลือกร้านค้า กระจายประเภทอาหาร ขนม และเครื่องดื่มในอัตราส่วนที่สมดุลและไม่ซ้ำประเภทกันจนเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งลูกค้าในอาหารประเภทเดียวกัน
  • ควบคุมคุณภาพของร้านค้าแต่ละร้าน ทั้งปริมาณที่สัมพันธ์กับราคา
  • กำหนดเวลาในการเปิด – ปิด เพื่อเป็นบรรทัดฐานเดียวกันในการขาย
  • ใช้ระบบส่วนกลางในการเก็บเงิน (แลกคูปองเงินสด/บัตร)
  • กำหนดจุดแลกคูปองหรือบัตรรูดซื้ออาหาร
  • ประเมินผลการดำเนินการของร้าน เพื่อกระตุ้นร้านค้าให้เกิดความตระหนักในการควบคุมคุณภาพของสินค้า คุณภาพของร้าน
  • ให้รางวัลสำหรับร้านค้าดีเด่น หรือร้านค้าแนะนำ อาจจะเป็นโล่รางวัลพร้อมบัตรกำนัล หรือของขวัญ แล้วแต่เจ้าของศูนย์อาหารจะกำหนด เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ร้านค้า และเป็นมาตรฐานให้ร้านอื่นๆเอาเป็นแบบอย่าง
  • ดูแลพนักงาน ด้วยความเท่าเทียม เมื่อให้รางวัลร้านค้าแล้วก็ต้องมีรางวัลสำหรับพนักงานดีเด่นด้วย

หลักการเก็บค่าเช่าศูนย์อาหาร

โดยปกติแล้วศูนย์อาหารจะแบ่งอัตราการเก็บค่าเช่าพื้นที่ขายของในศูนย์อาหารออกเป็น 3 รูปแบบดังนี้

1. ค่าเช่าอัตราคงที่ คือ เก็บค่าเช่าเท่ากันทุกเดือนตามที่ตกลงกันไว้
2. ค่าเช่าคิดจากส่วนแบ่งของรายได้ GP (Gross Profit) คือ คิดค่าเช่าจากรายได้ ถ้าขายดีก็จะคิดค่าเช่าแพง ขายไม่ดีก็คิดค่าเช่าถูกลง โดยทั่วไปค่า GP ประมาณ 30-35% หรือมากกว่าขึ้นอยู่กับการตกลง
3. ค่าเช่าคงที่ + GP คือ คิดค่าเช่าตามที่ตกลงกันและรับส่วนแบ่งจากการขายด้วย

สำหรับการคิดค่าเช่าที่แบบที่ 2 และ 3 นั้นจำเป็นจะต้องใช้ระบบส่วนกลางเข้ามาช่วยนั่นก็คือการแลก “คูปองหรือบัตร” เมื่อลูกค้าใช้จ่ายซื้อสินค้าจากร้านต่างๆในศูนย์อาหาร ร้านค้าก็จะเก็บคูปองเงินสดหรือรูดบัตรชำระบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ เมื่อถึงเวลาก็นำเอาคูปองหรือรายงานสรุปจากเครื่องรูดบัตร มาเบิกเงินกับเจ้าของพื้นที่ เท่านี้ก็จะทราบรายได้ของแต่ละร้าน และสามารถระบุอัตราการจัดเก็บค่าเช่าที่แน่นอน เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย ร้านค้าและผู้ให้เช่าพื้นที่

เนื่องจากปัจจัยเรื่องทำเลสำคัญมากสำหรับธุรกิจเปิดศูนย์อาหารให้เช่า  ผู้สนใจประกอบการควรทำการวิจัยการตลาดเบื้องต้นก่อน เช่น มีจำนวนผู้คนเดินผ่านทำเลเวลาใดบาง,  กลุ่มที่เดินผ่านอายุเท่าไร,  รายได้ประมาณของกลุ่มที่เดินผ่าน  เพื่อนำมากำหนดกลยุทธ์และศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป