ธุรกิจร้านอาหาร “ออกแบบครัว” อย่างไรให้ประหยัดเงิน?

การออกแบบครัวที่เหมาะสมกับการใช้งาน ให้ถูกต้องและใช้งานสะดวกสบาย คือต้องยึดหลักการใช้งานให้สะดวกและเกิดความปลอดภัยให้เหมาะสมกับพื้นที่แต่ละที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องออกแบบห้องครัว เหมือนกับต้องมีการออกแบบบ้านต้องมีการวางแผนผังการจัดวางอุปกรณ์และงานระบบให้รองรับการการใช้งาน แต่ละอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานเลือกมาใช้ จะทำให้สามารถหยิบใช้งานได้สะดวก และมีความปลอดภัยอีกด้วย

การออกแบบครัวและแบ่งโซนพื้นที่ห้องครัว

การออกแบบครัวส่วนพิ้นที่เตรียมของ

โดยส่วนใหญ่จะต้องมีสำหรับการออกแบบครัวขนาดใหญ่ ทำอาหารปริมาณมาก เช่นครัวร้านอาหาร ครัวโรงแรม โรงเรียน โรงพยาบาล พิ้นที่เตรียมจะเป็นส่วนที่พักของที่ซื้อมาจากตลาด เพื่อทำการล้าง จัดแต่ง ทำความสะอาดก่อนที่จะมีการจัดเก็บเพื่อนำมาใช้งานในการอาหาร การออกแบบครัวส่วนห้องเตรียมจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เช่น เครื่องชั่ง ซิงค์ล้าง โต๊ะทำงาน ที่จัดเก็บมีด เขียง

การออกแบบครัวส่วนเก็บของสด

ประเภทเนื้อ ปลา ผัก ถ้าเป็นครัวร้านอาหารก็อาจจะใช้เป็น ตู้แช่ ขนาดกลาง หรือใหญ่ หากเป็นครัวกลาง หรือครัวโรงแรมอาจจะเพิ่มขนาดเป็นห้องเย็น บรรจุของปริมาณมาก จัดเก็บเป็นระเบียบ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูปแล และค่าไฟมากกว่าการใช้ตู้แช่ขนาดเล็กหลาย ๆ ตัว

การออกแบบครัวส่วนของแห้ง

ประเภทข้าวสาร เครื่องปรุง ต่างๆ จะประกอบด้วยชั้นวางของ 4 ชั้นประหยัดพิ้นที่และจัด แบ่งของได้เป็นสัดส่วนง่ายต่อการหยิบใช้งาน ควรเป็นห้องที่ปิดมิดชิดเพื่อป้องกันสัตว์จำพวกหนู แมลงสาบเข้าได้ และมีอากาศที่ถ่ายเทสะดวกไม่อับชื้น เพราะจะทำให้วัตถุดิบหรือของที่เก็บไว้กิดการเสียหายได้ อุปกรณ์ครัวเช่น ถ้วยชาม หม้อ ควรเก็บไว้ในตู้ท่สามาป้องกันฝุ่น สัตว์ หรือหากจัดวางบนโต๊ะก็ควรมีผ้าคลุมปกปิดให้เรียบร้อยอีกชั้นหนึ่ง

Tip:ภาชนะถ้วย ชาม ช้อน หากล้างด้วยมือควรเช็ดให้แห้งสนิทก่อนจัดเก็บ เพื่อไม่ให้เกิดคราบน้ำที่เกิดจากการล้าง

การออกแบบครัวส่วนปรุงอาหาร cooking

cooking จะเป็นพื้นที่ประกอบการปรุงอาหาร อุปกรณ์ที่จะใช้จะประกอบด้วย เตาผัด เตาทอด เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน ตู้แช่เย็น เตาอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆแล้วแต่ประเภทของครัว โดยระยะในการจัดวางดอุปกรณ์ที่ละแถวควรห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตรเพื่อความสะดวกในการทำงาน แล้วแต่ประเภทของครัว

การออกแบบครัว.ส่วนล้าง Dish Washer

ต้องมีพื้นที่เหมาะสมกับขนาดครัว และจำนวนลูกค้า ไม่เล็กจนเกินไปจะไม่สะดวกและรองรับการทำงานที่เพียงพอ อุปกรร์ประกอบด้วย ซิงค์ เครื่องล้างจาน ชั้นจัดเก็บ โต๊ะวางของ

นอกจากนี้หากเป็นครัวโรงแรม รงพยาบาล อาจจะแยกเพิ่มเติม เป็นห้องเตรียมเนื้อ ผัก ผลไม้ ห้องเก็บนม ไข่ ห้องครัวเย็น ห้องเตรียมอาหารสำหรับอาหารเหลวทางสายยาง

การเรียกประเภทของครัวจะแบ่งเรียกตามลักษณะพื้นที่ดังนี้

  • การออกแบบครัวพื้นที่ขนาดเล็ก 3-5 ตารางเมตร ลักษณะครัวตัว I คือแบบแนวเดียวยาว จะเป็นครัวที่สามารถวางหรือทำเคาน์แตอร์ได้ฝั่งเดียวแบบติดผนัง เช่นครัวคอนโด ครัวบ้านตึกแถว โดยใช้พื้นที่ร่วมกันทั้งที่เตรียมของ เตา ซิงค์
  • การออกแบบครัวพื้นที่ขนาดมากกว่า 6 ตารางเมตร ลักษณะครัวตัว L จะมีลักษณะออกแบบครัวแบบมีแยกสัดส่วนที่ทำอาหารออกจากส่วนล้างเตรียม หรือแยกมาเป็นส่วนทั้งทานอาหารได้ จะจัดวางส่วนทำอาหารไว้ด้านนอกใกล้ทางออกส่งอาหาร ส่วนเตรียม และล้างวางเข้าถัดไป
  • การออกแบบครัวพื้นที่ขนาดมากกว่า 9 ตารางเมตร ลักษณะครัวตัว U จะมีลักษณะ วางของหรือทำเคาน์เตอร์ 3 ด้านแบ่งแยกสัดส่วนชัดเจนระหว่างส่วนล้างภาชนะ ส่วนทำอาหาร และส่วนเก็บของ ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ควรมีระยะห่างระหว่างฝั่งตรงข้าม ประมาณ 100 -120 เซนติเมตร
  • การออกแบบครัวพื้นที่ขนาดมากกว่า 12 ตารางเมตร ลักษณะครัวตัว Island ครัวแบบนี้จะเป็นครัวบ้านที่มีขนาดใหญ่ เช่นบ้านเดี่ยว หรือห้องคอนโดแบบห้องชุด แยกครัวออกมาโดยเฉพาะ สำหรับคนชอบทำครัว หรือจะเป็นครัวร้านอาหารและครัวโรงแรม ที่ต้องใช้พื้นที่ทำมาก เพื่อแบ่งแยกสัดส่วนการทำงานอย่างชัดเจน

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • ระยะความสูง ความกว้างของอุปกรณ์หรือเคาน์เตอร์ หากเป็นลักษณะของครัวบ้าน ความกว้างของเคาน์เตอร์จะอยู่ประมาณ 60 ซม. หากเป็นครัวร้านอาหาร ครัวโรงแรม ความกว้างของอุปกรณ์หรือเคาน์เตอร์จะยู่ที่ 70 -80 ซม. ส่วนความสูงไม่ต่างกันจะอยู่ที่ 80-85 ซม. ชั้นวางของหรือตู้ลอยติดผนังจะติดสูงจากเคาน์เตอร์ขึ้นมาประมาณ 60- 70 ซม. ความลึกอยู่ที่ 30-40 ซม.
  • การออกแบบครัวนอกจากการเลือกอุปกรณ์ และการจัดวางแล้วสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการเลือกใช้ วัสดุที่ต้องใช้ในการทำพื้น ผนัง ความสว่างของห้องครัว ระบบการระบายน้ำ การกำจัดไขมัน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็สำคัญไม่น้อยเพราะห้องครัวโดยเฉพาะครัวร้านอาหาร โรงแรมถือได้ว่าเป็นครัวใจหลักในการทำธุรกิจ ดังนั้นควรมีหลักในการคำนึงอย่างง่าย ๆ ดังนี้
  • วัสดุทำพื้นหากเป็นบ้านควรเลือกกระเบื้องที่ผิวไม่ลื่น และผิวไม่ขรุขระเพราะจะทำความสะอาดยาก
  • ผนังหากเป็นผนังปูนทาสีเควรเลือดสีที่สามารถทำความสะอาดง่ายไม่เกาะติดน้ำมันประเภทสีกันน้ำ
  • แสงสว่างควรสว่างพอและเป็นไฟแสงสีขาว
  • ส่วนระบายน้ำ จำเป็นสำหรับครัวร้านอาหาร โรงแรม เพราะต้องมีการล้างทำความสะอาดพื้นทุกวันก่อนปิดครัวเพราะ จึงต้องออกแบบให้มีรางระบายน้ำพร้อมผาปิดที่สามารถยกออกได้สะดวก

ขอขอบคุณ : https://thaikitchens.net

แสดงความคิดเห็น